นายกฯสั่งการราชการร่วมมือภาคเอกชนหาแหล่งน้ำสำรอง

นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ส่วนราชการร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชนจัดหาแหล่งน้ำสำรอง และเร่งช่วยเหลือประชาชน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบรายงานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่า จากอิทธิพลของพายุอำพัน ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ EEC ในช่วงระหว่างวันที่ 18-22 พ.ค. 63 ดังนี้ จังหวัดชลบุรีมีน้ำไหลเข้า จำนวน 1.72 ล้าน ลบ.ม. และจังหวัดระยองมีน้ำไหลเข้า จำนวน 6.28 ล้าน ลบ.ม. แต่แม่น้ำสายหลักส่วนใหญ่ยังมีน้ำจำนวนน้อยถึงน้อยวิกฤติ

นายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำให้ตรงกับความต้องการของภาคเกษตรกรรม และประชาชน โดยให้สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชนในการจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เช่น ความร่วมมือในการใช้ที่ดินของเอกชน พร้อมสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เร่งรัดดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เช่น การก่อสร้างระบบเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นผ่านบ่อน้ำตื้นในแอ่งเจ้าพระยาตอนบน ที่ตั้งเป้าหมายไว้ จำนวน 500 แห่ง และรูปแบบการเก็บกักน้ำผ่านหลังคารับน้ำฝนในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี จำนวน 30 แห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการลดระดับน้ำบาดาล และเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน

สำหรับการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง 29 จังหวัดนั้น นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค และมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พัฒนาบ่อบาดาล 186 บ่อ ขุดเจาะบ่อน้ำตื้นอีก 626 บ่อ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ส่วนกรมชลประทาน ให้ดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ จ.ขอนแก่น เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก ช่วยเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำให้เพียงพอต่อการใช้น้ำอุปโภค-บริโภคในพื้นที่ต่อไป

 

ปภ.รายงานเกิดวาตภัย 2 จังหวัดคลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 2,4,7 ตำบลวิหารแดง และหมู่ที่ 6,8 ตำบลคลองเรือ อำเภอวิหารแดง บ้านเรือนเสียหาย 22 หลัง อุดรธานี เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1,2,3,5,7,8 ตำบลบ้านยา อำเภอหนองหาน บ้านเรือนเสียหาย 21 หลัง รวมได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 43 หลัง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระเบียบหลักเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close