เปิดใจ “กนกวลี” นายกสมาคมนักเขียนฯ กับอีก 2 ปี..หวังนักเขียนไทยสู่สากล

รู้สึกอย่างไรที่สมาชิกไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยอีกสมัย
รู้สึกดีใจมากๆ ค่ะ จริงๆอยากสานงานต่อมีหลายประเด็นที่คั่งค้างอยู่ จากการทำงานของคณะกรรมการชุดที่ผ่านมา  แต่ก็ต้อง “ขอขอบคุณกรรมการชุดที่ผ่านมาที่มีส่วนร่วมในการทำงานอย่างดี เข้มแข็งมากจนกระทั่งงานหลายๆ งานของสมาคมนักเขียนฯเดินหน้าไปได้”  เพราะฉะนั้น 2 ปีต่อจากนี้ไปทางสมาคมนักเขียนฯจะสานต่อโครงการเหล่านั้น โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาอาชีพของนักเขียนว่าจะทำยังไรที่จะให้อยู่ได้ในปัจจุบันนี้ และจะทำยังไรถึงจะพานักเขียนนำงานออกสู่สากลได้ด้วย

มองว่ากรรมการชุดใหม่ซึ่งมีทั้งอดีตกรรมการชุดเก่าและคนใหม่ๆ จะทำงานร่วมกันอย่างไร
ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และน่ายินดีมาก  เพราะว่าเป็นสิ่งที่ดี “จะได้เป็นการผสมผสานระหว่างคนต่างรุ่น ต่างความคิดในยุคสมัยมาช่วยขับเคลื่อนงานของสมาคมนักเขียนฯ ในเมื่อท่านทุกคนอาสาเข้ามาแล้วเรายินดีที่จะได้ทำงานร่วมกัน เชื่อว่าทุกท่านที่เข้ามาพร้อมที่จะเสียสละตัวเองเพื่อทำงานเต็มที่ ทำงานให้กับวิชาชีพของเรานักเขียน”  เพื่อที่จะช่วยกันพัฒนาแวดวงของการอ่านการเขียน พัฒนาอาชีพนักเขียนให้สามารถดำรงอยู่ได้ในภาวะสั่นไหวคลอนแคลนอยู่อย่างเช่นปัจจุบันนี้

2 ปีต่อจากนี้วางจังหวะก้าวอย่างไรในการทำงานของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
สองปีนี้ทางสมาคมนักเขียนฯ พยายามที่จะไปให้ได้ถึงการพานักเขียนไทยออกไปสู่สากล โดยการทำให้เป็นเชิงนโยบายเป็นรูปแบบที่ชัดเจน  อันดับแรกทางสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยได้จัดทำเว็บไซต์ www.thaiwriter.club ซึ่งสาเหตุที่ทางสมาคมนักเขียนได้เปลี่ยนมาเป็นเว็บไซต์ดังกล่าวเนื่องจากเว็บไซต์เดิมไม่สามารถใช้งานได้พร้อมขอเชิญชวนสมาชิกของสมาคมนักเขียนฯ และนักเขียน เข้ามาติดตามข่าวสาร หรือ กิจกรรมต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์นี้ นอกจากนี้ทางสมาคมนักเขียนฯได้มีเพจ facebook “สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย” เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของสมาคม

ซึ่งการนำนักเขียนออกสู่สากล “ทางสมาคมก็จะจัดทำรายละเอียดต่างๆ บรรจุลงในเว็บไซต์เพื่อให้สมาชิก และนักเขียนได้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทางซึ่งตัวนักเขียนเองก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วย เช่น นักเขียนอาจจะย่อเรื่องผลงานของตัวเองให้กระชับ ให้น่าสนใจที่สุด และแปลเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าคุณไม่สามารถแปลได้ ทางสมาคมนักเขียนฯ ก็อาจจะขอความร่วมมือจากสมาคมนักแปลให้ช่วยแปลเป็นเรื่องย่อให้”  ซึ่งถ้าเราเริ่มแบบนี้ มันสามารถทำให้เป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้ ก่อนจะนำรวบรวมไว้บนเว็บไซต์ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตลาดเพื่อให้คนที่สนใจผลงานดังกล่าวเข้ามาเยี่ยมชม  หรือถ้ามีโอกาสได้ไปต่างประเทศซึ่งสมาคมนักเขียนฯ ได้ติดต่อประสานงานกับนานาชาติอยู่ ก็จะนำต้นฉบับต่างๆ เพื่อไปนำเสนอ แต่ทั้งนี้ต้นฉบับที่นักเขียนส่งมาทั้งหมดทางเราก็จะนำมาจัดแยกประเภทของงานวรรณกรรม และในบทย่อของงานต้องมีชื่อติดต่อ ซึ่งเมื่อสำนักพิมพ์ต่างชาติสนใจ ก็สามารถติดต่อกับตัวนักเขียนหรือสำนักพิมพ์ได้โดยตรง โดยสมาคมนักเขียนฯ จะเป็นตัวกลางนำเสนอผลงานให้ ซึ่งจะได้เป็นโอกาสให้กับผลงาน “ ทางสมาคมนักเขียนฯ จะคอยเป็นตัวกลาง จะไม่มีการปิดกั้นว่าค่ายใดสำนักพิมพ์ใด นักเขียนทุกคนมีโอกาสเท่ากัน คนที่จะเลือกพิมพ์เลือกซื้อคือสำนักพิมพ์ ทั้งของไทยและต่างชาติต่างหาก ที่เห็นและสนใจอยากได้ผลงานนั้น คิดว่าวิธีนี้จะเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนที่นักเขียนทุกคนก็จะมีโอกาสเท่าเทียมกันหมด”  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวนักเขียนเองก็ต้องช่วยเหลือตัวเองในระดับหนึ่ง ในระหว่างนั้นถ้านักเขียนมีปัญหาที่จะปรึกษาก็สามารถปรึกษากับทางสมาคมนักเขียนฯ ได้ตลอดเวลา

อีกประเด็นหนึ่งในยุคใหม่ที่เราออกสู่สังคมข้างนอก หรือสังคมนานาชาติ หรือแม้กระทั่งระบบดิจิทัล สิ่งหนึ่งที่นักเขียนไทยจะต้องตระหนักอย่างยิ่ง คือเรื่องลิขสิทธิ์ ซึ่งในเรื่องลิขสิทธิ์นี้ทางสมาคมนักเขียนก็พยายามรวมรวมปัญหา โดยทางสมาคมนักเขียนฯมีที่ปรึกษาทางกฎหมายคอยให้คำปรึกษาซึ่งจะใช้พื้นที่นี้บนเว็บไซต์เช่นกัน คือสิ่งที่อยากทำใน 2 ปีนี้ และสามารถเดินหน้าต่อไป

นอกจากนี้ทางสมาคมนักเขียนฯ ก็จะมี “การนำเสนอว่าด้วยเรื่องเนื้อหาของนักเขียนไทยยุคใหม่ว่าจะปรับตัวอย่างไร ปรับตัวด้วยการ ปรับ Content ปรับวิธี วิธีคิด วิธีเขียน กลยุทธ์ในการดำเนินเรื่องให้ทันสมัย ต้องดูให้ถึงว่าสากลเป็นอย่างไรแล้วเราจะปรับได้ไหม หรือถ้าไม่ปรับจะมีกลวิธีไหนที่จะให้ต่างชาติสนใจ หรือผู้อ่านสนใจ  นอกจากเรื่องของ Content แล้วยังรวมไปถึงเรื่องลิขสิทธิ์ เรื่องการจัดการหลังการเขียน เมื่อเขียนงานเสร็จสามารถไปดัดแปลงเป็นอะไรได้” เพราะทุกวันนี้อยากให้นักเขียนคิดใหม่มองใหม่ว่างานเขียนไม่ได้มีสิทธิประโยชน์อยู่แค่ตัวอักษรอย่างเดียว สามารถนำไปทำอะไรได้อีกหลายอย่างตามระบบดิจิทัลที่เข้ามา ซึ่ง ณ วันนี้ เทคโนโลยีไปไวมาก และธุรกิจที่มากับเทคโนโลยีบางทีเราก็คาดไม่ถึง เราจึงต้องจำเป็นตามกฎหมายให้ทัน อยากให้นักเขียนตระหนักถึงตรงจุดนี้ คิดครั้งเดียว สามารถที่จะเก็บสิทธิประโยชน์ได้ครบเชื่อว่าอาชีพนักเขียนจะอยู่ได้ ซึ่งจะมาทดแทนจำนวนการพิมพ์ที่ลดน้อยถอยห่างออกไป กลายมาเป็นเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาแทน

อีกเรื่องหนึ่งที่สมาคมนักเขียนฯ จะทำ คือ ส่งเสริมให้นักเขียนไทยทำ คืองานเขียนที่มีอยู่ ให้ทำเป็นหนังสือภาพ ซึ่งเมื่อเป็นหนังสือภาพก็จะมีเรื่องของลิขสิทธิ์คุ้มครองทันที คาแรคเตอร์จะเกิดขึ้นในภาพวาดนั้น ถ้าภาพวาดนั้นไปโดนใจคนอ่านการ์ตูนนั้นก็จะเป็นคาแรคเตอร์ของผู้เขียน คนอ่านสมัยนี้นิยมหนังสือภาพ อย่างเช่น ของ ญี่ปุ่น เกาหลี จะเห็นได้ว่าพิมพ์หนังสือ แล้วดัดแปลงมาเป็นหนังสือภาพ ก่อนจะกลายมาเป็นการ์ตูนอานิเมะ และพัฒนามาเป็นหนัง เป็นละครต่อไป คาแรคเตอร์เหล่านี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงเป็นเกมส์ สติ๊กเกอร์ ต่างๆ ต่อยอดไปเป็นสินค้าอื่นๆ ได้

ซึ่ง 2 ปีนี้ ตั้งเป้าไว้หลายงานเลยที่เดียว แต่ก็ค่อยๆทำไป เพราะแต่ละงานจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ถ้าทำได้ก็จะสามารถต่อยอดได้ ซึ่งยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอีกสัก 6 เดือน 7 เดือน โลกจะเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง โปรเจกต์ที่คิดไว้ก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำต่อคือในเรื่องของสนธิสัญญามาร์ราเคช สมาคมต้องปกป้องเรื่องลิขสิทธิ์ของนักเขียนด้วย แต่สมาคมนักเขียนฯ ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิของคนพิการ แต่อยากให้รัดกุมและมีความเป็นธรรมกับนักเขียนผู้สร้างงาน

จาก 2 ปีที่ผ่านมาและอีก 2 ปีต่อจากนี้ สมาคมนักเขียนฯมีอะไรบ้างที่ต้องปรับเปลี่ยนในการทำงาน
สมาคมนักเขียนฯ จะต้องสนับสนุนให้นักเขียนต้องปรับตัวต้องก้าวให้ทันตามโลกดิจิทัลแล้วจะเห็นช่องทางของการสร้างสรรค์เสนอผลงาน สมาคมนักเขียนฯ พร้อมเดินเคียงข้างหากท่านใดมีปัญหาอะไรสามารถปรึกษาพูดคุยได้ตลอด พร้อมให้การช่วยเหลือ “อยากให้ทุกคนในวงการวรรณกรรมมีความรู้สึกที่ดีต่อกันในความเห็นต่างเรากันหารือร่วมกันได้ ต้องคิดว่าคนเดียวไม่สามารถเดินได้ในสังคมยุคนี้ เดินเดี่ยวลำบาก คนในอาชีพเดียวกันต้องจับมือ เดินไปพร้อมกันหลายๆกลุ่ม หลายๆ สาขา หลายๆรูปแบบ หลายลักษณะของงาน ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน น่าจะดีกว่าที่จะมาแบ่งเค้าแบ่งเราคนทำงานในอาชีพเดียวกัน เพราะสิ่งหนึ่งอยากให้เห็นว่า อาชีพนักเขียนยังไงก็ต้องยังคงอยู่ เพียงแต่ต้องปรับตัวตามสถานการณ์”  เพราะยังมีคนอ่าน คนอ่านยังอยากได้เรื่องราว เรื่องเล่า กลวิธีในการเล่าเรื่องจากนักเขียน

คนรุ่นใหม่เกิดมาจากการอ่านและดู เค้าถนัดที่จะเห็นและฟัง ถ้าเราสนองตอบต่อความต้องการได้ทั้งได้ดูและได้ฟังไปพร้อมกัน แต่เป็นเรื่องที่เราจะเขียนมาแทนที่ ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งได้

ข่าวน่าสนใจ

Close