จากน้ำพระทัย…สู่สายน้ำของชีวิต

ชมรมสื่อบ้านนอก ถือกำเนินจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักข่าวอาวุโสจากหลากหลายสำนักที่มีประสบการณ์การทำงานจริงในพื้นที่ข่าวหลายมิติ โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การพัฒนาชนบทตามความเหมาะสมของภูมิสังคมควบคู่ไปกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ตลอดจนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ประชาชนและชุมชนในชนบทบนพื้นฐานของวัฒนธรรมที่มีน้ำใสใจจริงต่อกัน นายโกศล สงเนียม ประธานชมรมสื่อบ้านนอก ได้กล่าวถึงความเป็นมาของชมรมสื่อบ้าน ระหว่างนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ กับกิจกรรมโครงการตะลุยบ้ำนนอกครั้งที่ 1 จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 29-30 มีนาคม 2562

นายโกศล สงเนียม ประธานชมรมสื่อบ้านนอก

นายโกศล  ยังกล่าวต่อว่า ชมรมสื่อบ้านนอกมีแนวคิดที่จะรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับชนบทไทยที่มีความครอบคลุมทั้งมิติเชิงวัตถุวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตคนบ้านนอกตามสภาพของภูมิสังคมในแต่ละท้องถิ่นโดยชมรมสื่อบ้านนอกจะดำเนินบทบาทในการช่วยลดช่องว่างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารระหว่าง “บ้านนอก” กับ “เมือง” และสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่าง “คนบ้านนอก” กับ “คนเมือง” ผ่านกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขบนรากฐานของการยอมรับและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ชมรมสื่อบ้านนอก มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่โครงการจัดหาน้ำให้ราษฎรหมู่ที่ 8 (บ้านธนูศิลป์) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 8 บ้านธนูศิลป์ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งโครงการจัดหาน้ำให้ราษฎรหมู่ที่ 8 (บ้านธนูศิลป์) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น 1 ใน 19 โครงการ ของ จ.นราธิวาส ในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยทุกโครงการเป็นโครงการพระราชดำริตรงทั้งสิ้นเพื่อจัดหาน้ำให้แก่ราษฎรชุมชนศาสนสถานและโรงเรียนในพื้นที่

นายกรัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

นายกรัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เล่าว่าเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2545 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารตามเสด็จฯสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ไปยังศูนย์ศิลปาชีพวัดชนารามบ้านไทยสุข ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้ทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณถึงปัญหาความเดือดร้อนจึงพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคให้กับราษฎรหมู่ที 8 ทั้งหมู่บ้าน

ทั้งนี้แม้ว่าพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ห่างไกลและแตกต่างด้วยวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีแต่ก็เฉกเช่นเดียวกับทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ช่วยเหลือดูแลชีวิตความเป็นอยู่เสมอมาราษฎรในสามจังหวัดชายแดนใต้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชด้าริมากถึง 37 โครงการครอบคลุมพื้นที่ 14 อำเภอใน 3 จังหวัดนับตั้งแต่ปี 2543

นายอาดือเร๊ะ ดาโอ๊ะ กำนัน ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ

ด้านนายอาดือเร๊ะ ดาโอ๊ะ กำนัน ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ กล่าวว่าเดิมทีพื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างไกลลำบากทั้งเรื่องถนนหนทาง รวมถึงขาดน้ำอุปโภค บริโภค ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำถาวรหากทำการเกษตรต้องรอน้ำฝนอย่างเดียว เมื่อครั้งปี 2545 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จฯมายังพื้นที่แห่งนี้ และได้จัดสรรแหล่งน้ำ และถนนหนทางให้กับราษฎร

“เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว พื้นที่แห่งนี้ ไม่มีใครอยากจะอยู่เลย ถนนก็ลำบาก น้ำก็ลำบาก เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จฯมา  ถนนก็มา ไฟฟ้าก็มา ทำให้ที่นี่น่าอยู่มากๆ ชาวบ้านมีความสะดวก อยู่ดีกินดี มีนํ้ากินนํ้าใช้ที่สะดวก นํ้าไปถึงบ้าน ชาวบ้านมีความสุข คนที่ย้ายออกไปก็ย้ายเข้ากลับมาในหมู่บ้านอีกครั้ง”

นายอาหะมะ เง๊าะ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านธนูศิลป์ อ.รือเสาะ

นายอาหะมะ เง๊าะ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านธนูศิลป์ อ.รือเสาะ กล่าวว่า กลุ่มผู้ใช้น้ำเกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลบริหารจัดการน้ำ โดยมีการสมัครสมาชิกแรกเข้า150 บาท/ครัวเรือน เพื่อใช้เป็นกองทุนของทางกลุ่ม และต่อไปมีค่าธรรมเนียม 15 บาท/เดือน ซึ่งทางกรมชลประทานจะเจาะท่อน้ำให้กับบ้านที่เป็นสมาชิก ปัจจุบันมี 2 หมู่บ้าน คือพื้นที่หมู่ 1 และ 8  รวม 55 ครัวเรือน ประมาณ 300 คน

นอกเหนือจากอุปโภค บริโภค และเกษตรหน้าบ้าน ชาวบ้านยังใช้น้ำในการเกษตรแปลงทุเรียน แต่กติกาของกลุ่มคือให้ใช้น้ำกับแปลงเกษตรได้ในเวลากลางคืน โดยทางกลุ่มจะมีการเก็บเงินเพิ่มสำหรับเกษตรแปลงใหญ่อีก 15 บาท/สวน ส่วนเงินกองทุนจะเป็นเงินที่ทางกลุ่มไว้ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหาย เช่น ท่อน้ำ มิเตอร์ ส่วนอุปกรณ์ที่เสียหายมีมูลค่าการซ่อมแซมเกิน 20,000 บาท ทางกรมชลประทานจะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งทุก 3 เดือน ทางกลุ่มฯจะมีการรายงานบัญชีของเงินกองทุนผลให้สมาชิกได้รับทราบ

ส่วนเงินกองทุนที่เหลือสวนหนึ่งจะเก็บสำรองไว้สำหรับการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ อีกส่วนจะนำมาจัดกิจกรรมให้กับชุมชน เช่น เดือนบวช การซื้อเครื่องเสียงให้กับหมู่บ้าน

“ชาวบ้านภูมิใจมากกับที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จฯ มายังหมู่บ้านของเราพอมีน้ำจากแหล่งน้ำชาวบ้านก็ดีใจ เพราะทั้งหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 8 ไม่มีบ่อน้ำใช้เลย ทำให้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากสมัยก่อนที่มีแค่ยางพารา อย่างเดียว แต่เมื่อมีน้ำ เกษตรกรเริ่มขยายพื้นที่ปลูก ลองกอง ทุเรียน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น”

นายอดินันต์ หลานหมาด หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส

นายอดินันต์ หลานหมาด หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส กล่าวว่าหลังจากที่ทางกรมชลประทานได้รับพระราชดำริ ทางกรมชลประทานได้สนองพระราชดำริ ได้สำรวจพื้นที่และออกแบบ โดยได้งบประมาณในปี 2546 จำนวน 7 ล้านบาท  เป็นการก่อสร้างฝายทดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดสูง 2 เมตรยาว 10 เมตร พร้อมระบบน้ำความยาวรวม 2,650 เมตร รวมทั้งก่อสร้างถังเก็บน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้งขนาดความจุ 600 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 แห่ง ระหว่างการก่อสร้างจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีกระบวนการการมีส่วนร่วม ทุกขั้นตอนจะมีกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ได้รับการแต่งตั้ง ได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ จนถึงหลังโครงการแล้วเสร็จ โดยทางกรมชลประทาน จะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ทางกลุ่มได้บริหารจัดการกันเอง การทำน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค แต่การเกษตรเพิ่งมาพ่วงในภายหลัง ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำต้องมีการจัดรอบเวรเพื่อให้น้ำเหมาะสม และเพียงพอ ต่อความต้องการของชาวบ้านในแต่ละวัน

“ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำมีการบริหารจัดการที่สำเร็จ แต่กว่าจะสำเร็จอย่างทุกวันนี้ก็ล้มมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ซึ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านธนูศิลป์มีการบริหารจัดการที่มีคุณภาพและยั่งยืนอีกพื้นที่หนึ่ง ของจังหวัดนราธิวาส สิ่งที่สำคัญทื่สุดคือโรงเรียนได้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำนี้ด้วยและสิ่งที่เห็นไดชัดคือการขยายตัวของชุมชนมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่มากขึ้น”

ถังเก็บน้ำสำรองความจุ 600 ลูกบาศก์เมตร

ข่าวน่าสนใจ

Close