อุตุฯเตือนพายุฤดูร้อนฉ.16-เชียงใหม่เร่งแก้หมอกควันพบป่วยเพิ่ม

กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนฉ.16 ไทยตอนบนกระทบ26-27 มี.ค. ด้านนายกฯห่วงปัญหาฝุ่นPM2.5ภาคเหนือ ขณะเชียงใหม่เร่งแก้-พบผู้ป่วยเพิ่ม

บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีพายุฤดูร้อนบางพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงมีฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 26-27 มีนาคม ภาคเหนือ จังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา

ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ประกาศ ณ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น. และทางกรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 23.00 น.

 

ผู้ว่าฯเชียงใหม่เร่งแก้หมอกควัน-พบผู้ป่วยเพิ่ม

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่าสาเหตุที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กยังปกคลุม เกิดจากหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ ประกอบกับกระแสลมตะวันตกพัดเอาหมอกควันไฟป่านอกพื้นที่เอามาสะสม อย่างไรก็ตามได้เร่งบรรเทาผลกระทบของประชาชน โดยเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นละอองน้ำในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ และทั้ง 25 อำเภอ จนกว่าสภาวะอากาศจะดีขึ้น นอกจากนี้ได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกอำเภอแล้ว 5 แสน 7 หมื่นชิ้น เป็นหน้ากากชนิดเอ็น 95 จำนวน 4 หมื่นชิ้น พร้อมทั้งออกประกาศมาตรการเร่งด่วนของจังหวัด โดยให้อำเภอมอบหมายหน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ วิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องในการดูแลรักษาสุขภาพแก่ประชาชน เพื่อป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละอองและหมอกควันไฟป่า ส่วนสาเหตุที่ไม่ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เนื่องจากทางจังหวัดยังมีงบประมาณในการดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ได้มีประกาศจังหวัดเชียงใหม่ในการแจ้งเตือนประชาชนและมาตรการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วและยืนยันจะดำเนินทุกมาตรการจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ด้านนายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าจากรายงานจำนวนผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคที่ได้รับผลกระทบจากภาวะหมอกควันและไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม – 23 มีนาคม 2562 ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจทุกชนิด 4,870 ราย, โรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด 3,767 ราย, โรคผิวหนังอักเสบ 374 รายและโรคตาอักเสบ 339 ราย ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ และขอย้ำเตือนให้ประชาชนทุกคนดูแลสุขภาพตนเองด้วย

 

นายกฯ ห่วงใยปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ 

พ.อ. อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณ จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา ที่คุณภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพของประชาชน โดยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการทุกหน่วยงานแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้นตามมาตรการ 4 ระดับ และหากปัญหามีความซับซ้อนเกินกำลังของจังหวัด ขอให้เร่งประสานขอความช่วยเหลือไปที่ส่วนกลาง รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด โดยได้รับรายงานว่าทุกจังหวัดที่ประสบปัญหาได้ลดฝุ่นทั้งฉีดละอองน้ำในอากาศ ควบคุมไฟป่าและรถควันดำ ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งได้รับการสนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักของการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในภาคเหนือมาจากการเผาป่าและวัชพืช จึงขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผา ส่วนประเทศเพื่อนบ้านนั้นรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้หยุดการเผารอบชายแดนเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ซึ่งทางเมียนมาให้การตอบรับเป็นอย่างดี

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close