ปิดทองหลังพระฯ เก้าปี ก้าวหน้า

ปิดทองหลังพระฯ รายงานผลการทำงานเก้าปี ชาวบ้านในพื้นที่ต้นแบบเก้าจังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้น 2,308 ล้านบาท คิดเป็นเฉลี่ยครัวเรือนละ 508,818 บาท หรือผลตอบแทน 2.4 เท่าของการลงทุน เตรียมขยายงานชายแดนทั้งภาคใต้และภาคเหนือนำแนวพระราชดำริไปช่วยแก้ปัญหาความมั่นคง

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ แถลงผลการดำเนินของสถาบันฯ ว่านับจากการก่อตั้งปิดทองหลังพระฯ ในปี 2553 และเริ่มดำเนินการพื้นที่ต้นแบบในจังหวัดน่านเป็นแห่งแรก ในปัจจุบันพื้นที่ต้นแบบได้ขยายไปยังทุกภาค ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุทัยธานี เพชรบุรี และสามจังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี นราธิวาส ยะลา)

โดยตลอดการดำเนินงาน ปีที่ผ่านมาและกำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 10 พบว่ารากเหง้าของปัญหาการพัฒนาทั้งหมดคล้ายคลึงกันในทุกพื้นที่ คือ ปัญหาความยากจนและการขาดโอกาส และหากสามารถเริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพโดยมองผลลัพท์เป็นตัวตั้งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาเกือบจะทุกอย่างได้ 9 ปีที่ผ่านมาความก้าวหน้าในพื้นที่ต่างๆเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง เรื่องน้ำและการส่งเสริมอาชีพทางเลือกจากพระราชดำริเรื่องน้ำคือชีวิต ทางปิดทองหลังพระฯจึงเริ่มการจัดการทุกแห่งด้วยการจัดการน้ำทุกระบบ โดยใช้งบประมาณการลงทุนการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งหมด 961.6 ล้านบาท มีประชาชนได้รับน้ำ 79,022 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 275,107 ไร่ มีประชาชนเข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพ 4,536 ครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้น 2,308 ล้านบาทคิดเป็น 2.4 เท่าของเงินลงทุน และเท่ากับเฉลี่ยครัวเรือนละ 508,818 บาท

นอกจากนี้ปิดทองหลังพระฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในการพัฒนา โดยมีการส่งเสริมให้ประชาชนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มให้เกิดความเข้มแข็ง และเพิ่มอำนาจต่อรองในการขายสินค้า ปิดทองหลังพระฯได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมกลุ่มในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันทุกพื้นที่เกิดกองทุน วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์รวม 70 กลุ่ม ลงทุนสนับสนุนเงินกองทุน 68 ล้านบาท มีเงินทุนหมุนเวียน ทรัพย์สินรวมมูลค่า 15.78 ล้านบาท หรือ 2.3 เท่าของเงินลงทุน

อีกมิติหนึ่งของความยั่งยืน คือ การอบรมและจัดการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร 4,536 ครัวเรือน ปัจจุบัน 3,486 ครัวเรือ หรือ 77% ใช้ความรู้ดังกล่าวในการประกอบอาชีพและไม่โยกย้ายถิ่นฐาน การฝึกอบรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานภาคีต่างๆ เช่น อบรม ผู้นำขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 912 คน อบรมนายกเทศมนตรี 44 แห่งใน 16 จังหวัด อบรมผู้ปฏิบัติงาน อปท. 12 เทศบาล จำนวน 144 คน ร่วมพัฒนาหลักสูตรปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2วิชา และร่วมพัฒนากับ 11 มหาวิทยาลัย รวม 17โครงการ เป็นต้น

ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ กล่าวต่อไปว่า ผลจากการส่งเสริมความรู้ ทำให้เกิดอาชีพทางการเกษตรใหม่ๆ และประชาชนจำนวนมากสามารถต่อยอด พัฒนาการทำเกษตร ไปเป็นพืชและสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงได้ เช่น ทุเรียนคุณภาพและแพะพันธุ์พระราชทาน ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ผักปลอดภัยในจังหวัดกาฬสินธุ์ การแปรรูปผลผลิต ภายใต้ตราสินค้า “ภูธารา” ที่จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น ขณะที่มีพื้นที่พัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมแล้ว เช่น เพชรบุรีและอุทัยธานี

 

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดี ที่ผลการศึกษาการรับรู้และความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ต้นแบบ 5 จังหวัด โดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อผลที่เกิดขึ้นในระดับสูงมากทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการทำงานของปิดทอง หลังพระฯ ประกอบด้วย จังหวัดน่าน (2.24) อุดรธานี (2.53) เพชรบุรี (2.39) กาฬสินธุ์ (2.62) และอุทัยธานี (2.39) จากคะแนนเต็ม 3

“จุดเด่นที่สำคัญในปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงต้นๆ คือ ตอนเริ่มต้นเราทำงานใกล้ชิดกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำและผลผลิต แต่ปีที่ผ่านมาเกิดกระแสการร่วมงานกับเอกชนที่ชัดเจน มีภาคธุรกิจแสดงความสนใจเข้ามาร่วมกับปิดทองหลังพระฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับว่าสอดคล้องกับแนวพระราโชบาย สืบสาน รักษา ต่อยอด เป็นอย่างยิ่ง”

สำหรับการดำเนินงานในช่วงปี 2561 นั้น พบว่าครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2561 การดำเนินการของปิดทองหลังพระฯ ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งสถาบัน การศึกษา ภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ ทั้ง 7 พื้นที่ 9 จังหวัด มีรายได้เพิ่มขึ้นรวม 113.7 ล้านบาท

สำหรับแนวทางในอนาคตนั้น หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา กล่าวว่า นอกจากการเพิ่มเติมความเข้มแข็งให้แก่พื้นที่ต้นแบบต่างๆ นี้แล้ว จะเพิ่มบทบาทในการนำแนวพระราชดำริไปพัฒนาชีวิตประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาความมั่นคง เช่นในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่มีความรุนแรงและจังหวัดชายแดนเหนือที่เป็นแหล่งผ่าน ยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ นอกจากนี้กำลังพิจารณาแผนการจัดตั้งศูนย์จัดการและส่งเสริมองค์ความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close