สธ.นำเทคโนโลยีดิจิทัลใช้เพิ่มประสิทธิภาพ

กระทรวงสาธารณสุข นำเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนาระบบบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพระบบการเฝ้าระวังโรค โดยใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จัดเก็บข้อมูลสุขภาพประชาชน

ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานของกรมควบคุมโรคที่ประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ในการนำตัวอย่างการสร้างนวัตกรรมสำคัญ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพระบบการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค โดยใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมาย และได้พัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการป้องกันควบคุมโรค อาทิ แอปพลิเคชันทันระบาด ป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก แอปพลิเคชันพิชิตลูกน้ำยุงลาย แอปพลิเคชัน TAS รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่ เหล้า

โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปีนี้ ได้เตรียมการเพื่อรองรับพระภารกิจ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ที่ทรงตอบรับคำทูลเชิญตำแหน่งทูตสันทวไมตรีระดับภูมิภาคของ UNAIDS ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ซึ่งจะมีคุโณปการสำคัญต่อแผนงานเร่งรัดการยุติปัญหาเอดส์ในไทย รวมทั้งเตรียมแผนงานเร่งรัดการยุติปัญหาเอดส์ในเรือนจำ ไว้รองรับพระภารกิจทูตสันทวไมตรีของพระองค์ และได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษา โดยเป็นความร่วมมือของกรมราชทัณฑ์ กรมควบคุมโรค และองค์กรภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายเพื่อคืนคนดีและคนสุขภาพดีสู่สังคม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

ขณะที่ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ความสำเร็จการดำเนินงานสำคัญ โครงการจิตอาสาพระราชทานฯ กับการลดโรคไข้เลือดออก ทำให้ผู้ป่วยลดลงประมาณ 5 หมื่นราย ลดการเสียชีวิต 50 ราย ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 250 ล้านบาท ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และสื่อสารความเสี่ยง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนตระหนักในการป้องกันตนเองและลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ

ทั้งนี้ ทางกรมควบคุมโรคจึงได้ปฏิรูปสถาบันราชประชาสมาสัย เพิ่มบทบาทด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โดยจะพัฒนาระบบบริการสุขภาพและเครือข่ายการส่งต่อ เทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวังป้องกันโรค องค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพคน และระบบการฟื้นฟูสภาพด้านโรคจากการประกอบอาชีพ เพื่อให้เป็นสถาบันที่เป็นเลิศด้านโรคเรื้อนระดับนานาชาติและโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมระดับชาติ ภายในปี 2563

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close