กรมสมเด็จพระเทพฯทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ เวลา 09.09 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปโรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ เมื่อปี 2560 เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 309 คน จำนวนนี้มีนักเรียนทุนพระราชทานในพระราชานุเคราะห์ 2 คน ห้องสมุดของโรงเรียน เป็นห้องสมุดมีชีวิตต้นแบบรุ่นแรก ได้รับการสนับสนุนจากอุทยานเรียนรู้ทีเคพาร์ค (TK Park) มีหนังสือทุกประเภทกว่า 10,000 เล่ม มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ที่ทำให้นักเรียนสนใจอ่านหนังสือ และมีการแนะนำหนังสือ และสาระความรู้หน้าเสาธงช่วงเคารพธงชาติ

เนื่องจากอำเภอแม่ออนเป็นแหล่งผลิตนมโคสำคัญของภาคเหนือ และมีสหกรณ์โคนมในพื้นที่ โรงเรียนจึงนำความได้เปรียบนี้มาจัดกิจกรรมร้านนม เพื่อเป็นอาหารเสริมในมื้อเช้า ที่ดูแลโดยนักเรียนชั้น มัธยมปีที่ 6 ผ่านระบบสหกรณ์ร้านค้า เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ ส่วนการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริ ทั้งด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ สหกรณ์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และกิจกรรมการเกษตร ให้นักเรียนทุกชั้นเรียนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และรับผิดชอบ อาทิ เลี้ยงปลาดุก และกบในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงหมูหลุม และไก่ไข่อารมณ์ดี ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ด้วยระบบโซลาร์ปั้มจากแสงอาทิตย์ สูบน้ำจากสระส่งไปยังแปลงเกษตร และใช้อุปโภคบริโภค ผลงานนี้ได้รับรางวัลระดับอาเซียน

ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราขสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงชื่นชมผลงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ช่วยสนับสนุนว่าได้ผลมาก ได้เผยแพร่ความรู้และประโยชน์ไปสู่ชุมชน นอกจากนี้ โรงเรียนและเครือข่ายได้ส่งเสริมการปลูกพืชสวนครัวตามฤดูกาล เช่น มะนาว เชียงดาว, การปลูกหม่อน, และผักอินทรีย์

จากนั้น เวลา 10.51 น. เสด็จพระราชดำเนินไปโรงเรียนหมู่บ้านสหกรณ์ 2 อำเภอแม่ออน ที่ทรงรับไว้เป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริเช่นกัน เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 180 คน เน้นการเรียนการสอนแบบ active learning บูรณาการร่วมกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการสืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อให้นักเรียนมีคุณภาพทั้งด้านวิชาการ และคุณภาพชีวิตที่ดี มีความรู้คู่คุณธรรม โรงเรียนได้รับพระราชทานรางวัลโรงเรียนแกนนำเครือข่ายโครงการบัณณาสสมโภช ซึ่งส่งเสริมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ดีเด่น และได้นำโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาพัฒนาศักยภาพของนักเรียน

ซึ่งงานวิจัยชี้ว่า ควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ทักษะ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย อายุ 3 – 6 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้ และจดจำมากที่สุด โดยเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพราะวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว ให้หาข้อเท็จจริงด้วยการสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ ปฏิบัติและทดลอง ไม่ใช้ความเชื่อความเข้าใจที่ผิด ต้องสามารถพิสูจน์และมีข้อมูลยืนยันได้

ส่วนกิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ได้นำผลผลิตจากพืชผักสวนครัวและไก่ไข่ มาประกอบอาหารให้นักเรียน และนำระบบ Thai School Lunch มาคำนวณคุณค่าทางอาหาร เพื่อให้นักเรียนได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ที่เน้นความสะอาด ถูกสุขอนามัย รวมทั้งจัดเวรนักเรียนช่วยจัดเรียงถาดอาหาร เป็นต้น

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรห้องสมุด ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนตามช่วงอายุ เช่น นักเรียนชั้นป. 2 ถึงป. 3 เน้นให้ครูอ่านให้ฟังสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และให้นักเรียนที่อ่านได้ อ่านให้เพื่อนฟัง , ส่วนชั้นอนุบาล และ ป.1 ที่ยังอ่านหนังสือไม่คล่อง ครูได้ทำสื่อการสอนขึ้นใหม่ ที่เน้นเรียนรู้ด้วยรูปภาพ ทำให้เด็กสนใจ และอยากรู้เรื่องต่างๆ ทำให้การเรียนการสอน และการพัฒนาเด็กได้ผลอย่างแท้จริง

จากนั้น เวลา 14 นาฬิกา 22 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม โดยทรงพระดำเนินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ หรือ คานอปี้ วอคส (Canopy Walks)ซึ่งใช้รูปกิ้งก่าปีกส้มที่พบมากในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นสัญญลักษณ์ มีระยะทางกว่า 500 เมตร เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อปลายปี 2558 พร้อมกันนี้ทอดพระเนตรการอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณพืช ซึ่งอยู่เหนือยอดเขา ที่ระดับความสูงกว่า 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีพรรณไม้เด่น อาทิ เสี้ยวเครือดอกขาว จำปาทอง สัก ตะแบก ทองหลางป่า ทะโล้ มะหาด

จากนั้น ได้ทอดพระเนตรการรวบรวม และจัดแสดงพรรณพืช ณ กลุ่มอาคารเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดแสดงพรรณไม้ไว้ในโรงเรือน ให้คล้ายคลึงกับลักษณะที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ อาทิ เรือนป่าดิบชื้น ,เรือนไม้น้ำ , เรือนกล้วยไม้และเฟิน เรือนพืชทนแล้ง ,เรือนพืชกินแมลง เรือนพืชสมุนไพร เรือนสับปะรดสี และสวนกุหลาบกว่า 50 สายพันธุ์ เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 ต่อมาได้มีการจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เพื่อรับผิดชอบในปี 2535 ในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นศูนย์รวมพรรณไม้ไทย ทั้งเป็นศูนย์ศึกษา ค้นคว้า วิจัย อนุรักษ์ และผลิตนักพฤกษศาสตร์ระดับสูง ตลอดจนเป็นแหล่งปลูกฝัง กล่อมเกลาจิตใจเยาวชน ให้รักและหวงแหนในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ด้านพืช และพรรณไม้ อันเป็นพื้นฐานทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ

ข่าวน่าสนใจ

Close