นทท.ถูกหลอกต่อวีซ่าอ้างรู้จักตม.

นทท.หลายสัญชาติถูกหลอกต่อวีซ่าทำให้เที่ยวอยู่ในไทยได้เป็นเวลา 1 ปี อ้างรู้จักเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

มีนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติประกอบด้วยสัญชาติเยอรมัน, อเมริกา, ฝรั่งเศส, รัสเซียและอังกฤษได้มาขอความช่วยเหลือว่าตนถูกหลอกลวงให้ทำวีซ่านักเรียนเพื่อให้สามารถพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 1 ปีซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนสูนเงินเป็นจำนวนมากนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติที่ได้สมัครเรียนและทำวีซ่านักเรียนกับโรงเรียนแห่งนี้ได้เดินทางที่หน่วยบริการตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันโดยมีนายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรักษ์ นายอำเภอเกาะพะงัน, พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน ได้รับความเดือดร้อนสูนเงินเป็นจำนวนมาก

เดินทางไปที่โรงเรียนสอนภาษาในพื้นที่ศรีธนู โดยครูโรงเรียนดังกล่าว ได้พูดชักชวนให้นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ สมัครเรียนในโรงเรียนที่เกิดเหตุ โดยอ้างว่าหากสมัครเรียนที่โรงเรียนดังกล่าว ทางโรงเรียนจะดำเนินการต่อวีซ่าให้โดยจะเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่า นักเรียน ED-Visa ให้ซึ่งสามารถทำให้นักท่องเที่ยวพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งในขณะนั้นผู้เสียหายมีวีซ่าแบบอนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรไทย ได้ (Non-B) อยู่แล้วโดยทางครูโรงเรียนดังกล่าว บอกกับผู้เสียหายว่าสามารถประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ โดยผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีหากตกลงสมัครทำวีซ่ากับทางโรงเรียนจะต้องจ่ายค่าดำเนินการพร้อมค่าสมัครเรียน ทั้งหมดเป็นเงิน 4๐,๐๐๐ บาท ทำให้นักท่องเที่ยวผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ตกลงให้ทางโรงเรียนดำเนินการให้โดยมอบหนังสือเดินทางให้ และมอบเงินให้งวดแรกเป็นเงิน 20,000 บาท และได้รับใบเสร็จรับเงิน และทางโรงเรียนบอกว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 26 กันยายน 2563

ต่อมาผู้เสียหายเห็นว่าทางโรงเรียนไม่มีความคืบหน้าที่ดำเนินการให้กับผู้เสียหายใดๆ ให้เลยจึงได้เดินทางไปสอบถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลปรากฏว่าทางด่านตรวจคนเข้าเมืองแจ้งกับผู้เสียหายว่าไม่สามารถเปลี่ยนวีซ่า (Non-B)ให้เป็นวีซ่านักเรียน (ED-วีซ่า)ได้และให้เดินทางกลับมาที่เกาะพะงันเพื่อเรียกขอเงินคืนจากทางโรงเรียน แต่เมื่อผู้เสียหายเดินทางกลับมา เข้ามาที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ ทางครูโรงเรียน บอกว่า ไม่สามารถคืนเงินให้ได้ ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่ง ไม่เป็นความจริงจึงเชื่อว่าทางโรงเรียน มีเจตนาปกปิดข้อความจริงเพื่อหลอกลวงเอาเงินของนักท่องเที่ยวผู้เสียหายไปจนนักท่องเที่ยวผู้เสียหายหลงเชื่อจนได้รับความเสียหาย นักท่องเที่ยวจึงได้นัดกันรวมตัวมาที่หน่วยบริการตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันเพื่อขอความช่วยเหลือและได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์และมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีถึงที่สุด และขอเรียกร้องเงินคืนจากทางโรงเรียนสอนวิชาชีพ เกาะพะงัน หมู่ที่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 สำหรับความเสียหายในครั้งนี้มีชาวต่างชาติได้รับความเสียหาย 100 กว่าคน และคิดเป็นจำนวนเงินประมาณกว่า 5 ล้านบาท ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจของประชาชน และผู้บังคับบัญชา และผลกระทบด้านการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพของตำรวจ

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close