ทั่วไทยร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะร.5วันปิยมหาราช

พสกนิกรทั่วประเทศ พร้อมใจร่วมพิธีวางพวงมาลา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช

วางพวงมาลาน้อมรำลึกในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม2563

วันนี้ 23 ต.ค.63 นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นักเรียนนักศึกษา เหล่ากาชาด ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคม ชมรม และประชาชน ในพื้นที่สัตหีบ จำนวนกว่า 40 หน่วยงาน ร่วมในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เพื่ออุทิศส่วนกุศล ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช ณ บริเวณ หน้าที่ว่าการฯ และศาลาประชาคมประชาคมอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

นาย อนุชา อินทศร กล่าวว่า เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยวันที่23 ตุลาคม ของทุกปี ตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5หรือ สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปวงชนชาวไทยเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง ตลอดระยะเวลายาวนานถึง43 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาตินานัปการ พระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ ได้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการเลิกทาส การปฏิรูประบบราชการ การพัฒนาการศึกษา การป้องกันประเทศจากการเป็นอาณานิคมของต่างชาติ การกำหนดมาตรฐานระบบเงินตรา การกำหนดระบบเขตการปกครอง การสร้างระบบสาธารณูปโภค เช่น การรถไฟ การไปรษณีย์ และการโทรศัพท์ เป็นต้น

และในวันที่ 23 ตุลาคม 2563 นี้ นับเป็นวันครบรอบ 109 ปี แห่งการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน ทางอำเภอสัตหีบ จึงได้จัดให้มีพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศล ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยะมหาราช ขึ้น ณ บริเวณ หน้าที่ว่าการอำเภอสัตหีบ และภายในศาลาประชาคมอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ดังเช่นทุกปีที่ผ่านมาอีกด้วย

 

ผู้ว่าฯยะลา นำทุกภาคร่วมพิธีน้อมรำลึก“พระปิยมหาราช”

วันนี้(23ตค.63) เวลา 08.00 น. ที่ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 “พระปิยมหาราช”

โดยกำหนดจัดพิธีวางพวงมาลา เวลา 08.00 น. ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สนามโรงพิธีช้างเผือก เขตเทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จากนั้นเวลา 13.30น. จะมีพีธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา “ปณิธานความดี ทำเริ่มได้ที่ใจเรา”เนื่องในกันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สถานีขนส่งผู้ใดยสารเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา และในเวลาเวลา 16.30 น.เป็นต้นไป จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต จึงขอเชิญชวนข้าราชการตลอดจนประชาชนร่วมกิจกรรมดังกล่าวเพือเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สำหรับ “วันปิยมหาราช” ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” หรือ “พระพุทธเจ้าหลวง” ซึ่งมีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันปิยมหาราช” โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญ คือ “การเลิกทาส” ทำให้ข้าทาสและไพร่ในสมัยรัชกาลที่ 5 หลุดพ้นจากระบบดั้งเดิมได้กลายเป็นราษฎรสยาม และต่างมีโอกาสประกอบอาชีพที่หลากหลาย ยังความผาสุกมายังอาณาประชาราษฎร์เป็นอย่างมาก

 

เชียงใหม่ จัดพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2563

วันนี้ (23 ต.ค. 63) ที่ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประกอบพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช) รัชกาลที่ 5 หรือ วันปิยมหาราช ประจำปี 2563 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์และปวงชนชาวไทยตลอดมา โดยเฉพาะการเลิกทาส ที่ทำให้คนไทย เป็นไท จนถึงปัจจุบัน โดยพิธีดังกล่าว มี นางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กงสุลใหญ่จากนานาประเทศ พร้อมด้วย ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และภาคประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพียงกัน

วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช) รัชกาลที่ 5 เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นที่เคารพเทิดทูน ของพสกนิกร ด้วยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกนานัปการทั้งในการบริหารปกครองบ้านเมือง พระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ด้วยการ เลิกทาส เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ เป็น ไท โดยถ้วนหน้า ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันปิยมหาราช” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยจัดทำพิธีสืบเนื่องตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

พสกนิกรชาวสระแก้วร่วมพิธีวางพวงมาลาน้อมรำลึก ร.5

(23 ต.ค.63) ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และ พสกนิกรชาวจังหวัดสระแก้ว ทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีวางพวงมาลาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงมีมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงรักษาเอกราชของชาติไม่ให้ตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ พระองค์ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากการปกครองแบบจตุสดมภ์ เวียง วัง คลัง นา เป็นการปกครองที่ทันสมัยเหมือนกับอารยประเทศ โดยส่วนกลางมีกระทรวง ทบวง กรม ส่วนภูมิภาคมีจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และ ท้องถิ่นมีสุขาภิบาล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน พระองค์ยังทรงนําระบบการบริการสาธารณะจากราชการไปสู่ประชาชน ได้แก่ การรถไฟ โทรเลข โทรศัพท์ การไปรษณีย์ การสร้างถนน สะพาน การจัดระบบสุขาภิบาล การทำน้ำสะอาด การชลประทาน ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย การทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาทรงเป็นองค์อุปถัมภกพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงห่วงใยความทุกข์สุขของทวยราษฎร์ การสร้างสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ

 

ชาวอำเภอวชิรบารมีชื่อนี้นามพระราชทานรวมใจแสดงพลังน้อมรำลึกวันปิยมหาราช

วันที่ 23 ต.ค. 2563 นายณรงค์ สิทธิเขตกรณ์ นายอำเภอวชิรบารมี เป็นประธานเนื่องในวันปิยะมหาราช โดยจัดกิจกรรมวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โดยมี นายพรชัย อินทร์สุข สส.พปชร.พิจิตร เขต 1 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มมวลชน ที่ต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีและเทิดทูนป้องป้องสถาบันรวมแล้ว กว่า 500 คนที่มาร่วมในพิจิตรดังกล่าว ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายเย็นฉ่ำ

สำหรับ อำเภอวชิรบารมี เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอสามง่าม ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 จึงได้แยกพื้นที่ตำบลบ้านนา ตำบลบึงบัว ตำบลวังโมกข์ และตำบลหนองหลุม จัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอวชิรบารมี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร โดยพระราชทานชื่อ วชิร ให้เป็นชื่อของอำเภอ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 ดังกล่าว

 

พสกนิกรนครพนม วางพวงมาลาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 5

ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณด้านหน้าหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม เทศบาลเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ศาล ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา เจ้าหน้าที่ และพสกนิกรจังหวัดนครพนม ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกอนันต์เพื่อให้พสกนิกรชาวไทย เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า ” เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ” เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กับสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ( สมเด็จพระนางรําเพยภมรภิรมย์ ) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี โดยตลอดรัชสมัยพระองค์ท่าน ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ และทรงปกครองพระราชอาณาจักรให้มีความมั่นคงและร่มเย็นเป็นสุข ทรงพระราชอุตสาหะเสด็จประพาสต้น เพื่อสดับตรับฟังทุกข์สุขของปวงพสกนิกรในท้องถิ่นต่าง ๆ พระองค์มีพระราชดำริพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ ด้าน ทรงนำวิทยาการที่ได้จากการเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนต่างประเทศมาวางรากฐานการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้งการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูประบบการเงินการคลัง การศึกษา การสาธารณูปโภค ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันกว้างไกลทำให้ประเทศชาติพัฒนาก้าวหน้าทันสมัย ทรงยกเลิกระบบทาส ระบบไพร่ และทรงนำศาสตร์การปกครองของไทยและชาติสากลมาผนวกใช้ในการปกครองพระราชอาณาจักร นำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นภัย ดำรงอธิปไตย และความเป็นเอกราชของชาติไว้ได้อย่างมั่นคง ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองพัฒนาไพบูลย์สืบเนื่องมาจนกาลปัจจุบัน พระปรีชาสามารถและพระเกียรติยศเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ และด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายจึงต่างน้อมรำลึกเทิดพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ว่า “พระปิยมหาราช” โดยพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2453 เวลา 2.45 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สิริพระชนมพรรษาได้ 57 พรรษา

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close