เกษตรกรเร่งพ่นยาฆ่าเชื้อราแก้ปัญหารากเน่า

เกษตรกรเร่งพ่นยาฆ่าเชื้อรา แก้ปัญหารากเน่า หลัง "โนอึล"เติมน้ำในแปลงเพาะปลูกจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังเกิดพายุ “โนอึล” พาดผ่านเขต ที่ จ.ขอนแก่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ บ.นาเพียง ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกกุยช่าย รายใหญ่ของ จ.ขอนแก่น ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำขังในพื้นที่ทำการเกษตรอย่างมาก ซึ่งปริมาณน้ำฝนได้ส่งผลให้รากของกุยช่ายเน่า ขณะที่บางต้นเกิดเชื้อราที่บริเวณโคนต้น ทำให้ในขณะนี้ฝนได้หยุดตกเกษตรกรจึงเร่งลงพื้นที่ความเสียหาย และพ่นยาเพื่อป้องกันและควยคุมผลผลิต

นายจำรูญ วงษ์ละคร อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 ม.4 ต.สำราญ บ.นาเพียง กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาส่วนมากถ้ามีปริมาณน้ำเยอะจะมีปัญหาในการปลูกกุยช่ายอย่างมาก คือจะเป็นโรคโคนเน่า และเป็นเชื้อราที่โคนต้น เพราะกุยช่ายเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขังและเปียกมากจนเกินไป

“จากพายุฝนที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเกษตรกรในพื้นที่ได้มีการวางแผนรับมือล่วงหน้าแล้ว ด้วยการพรวนดินเพื่อยกแปลงให้สูงขึ้น ทั้งยังคงเตรียมยาฉีดฆ่าเชื้อรา โดยฝนที่ตกลงมาแบบ 2-3 วันที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราได้เตรียมการรับมือฟังข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องจึงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าตกหนักและหลายวันกว่านี้ปัญหาน่าจะเกิดขึ้น เพราะจะทำให้น้ำท่วมขังและทำให้รากเน่าตายได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกกุยช่ายเคยประสบปัญหาน้ำท่วมมา 3 ครั้ง ในปี 2545, 2554 และปี 2560 น้ำท่วมขังหลายวัน ทำให้เกษตรกรต้องขนพันธุ์กุยช่ายไปไว้ที่อื่นพอน้ำลด จึงนำพันธุ์ที่ขนย้ายออกไปได้มาปลูกใหม่อีกครั้ง”

นายจำรูญ กล่าวต่ออีกว่า ครอบครัวปลูกกุยช่ายมานานกว่า 24 ปี ตั้งแต่ขายได้กิโลกรัมละ 5 บาท ตอนนี้กิโลกรัมละ 40 บาท โดยที่กุยช่ายขาวขายได้กิโลกรัมละ 100 บาท แต่เมื่อปีที่ผ่านมาขายได้เพียงกิโลกรัมละ 30 บาท เพราะประสบปัญหาภัยแล้งไม่มีน้ำและประสบปัญหาหนองชอนใบจนเกิดความเป็นกรดเป็นด่างในดิน และในช่วงฤดูฝนก็จะประสบปัญหาในเรื่องรากเน่าและโคนเน่า แต่เกษตรกรได้ติดตามข่าวสารจากทางราชการและวางแผนรับมือในภาพรวมแล้ว

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close