พายุนูรีถล่มชัยภูมิอ่วมหลายอำเภอสัญจรลำบาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก กรมอุตุฯ ได้พยากรณ์อากาศว่าประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวตอนบน จึงขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ จากพายุโซนร้อน “นูรี” (NURI)

ล่าสุด เมื่อเวลา 04.00 น. ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ได้เกิดมีพายุฝนตกลงมาตลอดทั้งคืนจนรุ่งเช้าทำให้หลายพื้นที่ทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ ได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้างรวมถึงเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิที่มีระดับน้ำท่วมขังทันทีบริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล(แล)และเขตเทศบาลเมืองกว่า 1 ชั่วโมงจนสถานการณ์คลี่คลายลงเป็นปกติ

ส่วนที่ตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อ.เมืองชัยภูมิ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนลูกนี้ จนทำให้มีน้ำฝนท่วมขังในหลายหมู่บ้านประชาชนได้รับความเดือดร้อนหนักซ้ำซากมาหลายปี เนื่องจากบ้านเรือนที่อยู่ในพื้นที่ริมถนน หรือต่ำกว่าถนนกระแสน้ำจะทะลักเข้าท่วมบ้านประชาชนกว่า10-20 หลัง รถเล็กที่จะสัญจรผ่านเข้าออกซอยได้ลำบากจึงอยากให้ทางเทศบาลได้หาทางผู้รับผิดชอบได้ช่วยดำเนินการแก้ไขอย่างถาวรอีกต่อไปด้วย

ด้านนางศิริรัตน์ ชูณรงค์ 64 ปี กล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 03.40 น. ขณะตนเองได้นั่งสวดมนต์อยู่ก็ได้ยินเสียงฝนตกลงมาอย่างหนัก จะมีน้ำไหลทะลักเข้ามาจากทางด้านหลังบ้านจนตนเองต้องรีบขนของที่พอขนได้ขึ้นก่อนแต่ก็ต้องปล่อยตู้เสื้อผ้า หรือตู้โชว์ที่มีน้ำหนักมากทิ้งไว้เพราะไม่สามารถขนได้จึงได้รับความเสียหายทันที ส่วนเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่บ้านต่ำกว่าถนนก็ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกันซึ่งครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นพายุฝนที่ตกหนักในรอบหลายปีอีกด้วย

ขณะที่นางนงลักษณ์ ประกิจปลัดเทศบาลฯได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากน้ำท่วมในเบื้องต้น ซึ่งที่ผ่านมาทางเทศบาลฯได้มีการดำเนินการรับมือจากน้ำท่วมขังไว้โดยการขุดลอกคลองเพื่อรองรับน้ำจากชุมชนระบายลงคลองสิงห์โต และกำลังดำเนินการทำธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อช่วยระบายน้ำที่ขังภายในชุมชนให้แห้งโดยไวแต่ขณะนี้ยังทำไม่ครบเต็ม100% บวกกับพายุฝนในครั้งนี้ตกตลอดทั้งคืนและมีขยะจากเศษวัชพืช ขยะพลาสติกไหลมาอุดตันท่อน้ำจึงทำให้น้ำไหลผ่านได้ช้า

จึงมีมวลน้ำที่รอการระบายปริมาณมาก แต่ทั้งนี้ทางเทศบาลฯก็จะหาวิธีเร่งระบายน้ำที่ขังออกจากชุมชนให้เร็วที่สุดเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนอีกด้วยต่อไป

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close