มุสลิมนราฯละหมาดวันศุกร์ส่งท้ายรอมฎอน

มุสลิมนราฯละหมาดวันศุกร์ส่งท้ายรอมฎอน หลังผู้ว่าฯผ่อนปรน เข้มมาตรการ COVID - 19

สำหรับบรรยากาศการละหมาดวันศุกร์ หรือ ‘ญุมอะห์’ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส หลังจากที่นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ (22 พ.ค.63) โดยทางจังหวัดนราธิวาสได้มีหนังสือแจ้งไปยังนายอำเภอทั้ง 13 อำเภอรับทราบ โดยจำนวนมัสยิด ใน จ.นราธิวาสจำนวน 676 มัสยิด มีมัสยิดที่พร้อมจะปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) จำนวน 448 มัสยิด และที่ไม่พร้อม จำนวน 228 มัสยิด

ทั้งนี้จากการประชุมเมื่อวันที่ 21 พ.ค.63 ที่ผ่านมา การผ่อนปรนให้มีการละหมาดในวันศุกร์เพื่อให้เป็นไปตามประกาศจุฬาราชมนตรี ฉบับที่ 5/2563 และมาตรการหรือคำแนะนำของทางราชการเกี่ยวกับการป้องกันโรค COVID-19 โดยพิจารณาให้มีการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดอีฎิ้ลฟิตรีสำหรับมัสยิดที่มีความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด และอยู่ในพื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ โดยคำนึงถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 และความปลอดภัยของสังคมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระยะห่าง Social Distancing การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เป็นต้น ที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยคือให้อาบน้ำละหมาดไปจากบ้าน

โดยบรรยากาศที่มัสยิดประจำจังหวัดนราธิวาส ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส ปรากฎว่า บรรดาชาวไทยมุสลิมต่างทยอยเดินทางเพื่อเข้าร่วมปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) โดยการละหมาดวันนี้มีการเข้มงวดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตั้งจุดคัดกรองบริเวณด้านหน้ามัสยิด ตรวจวัดอุณหภูมิและแจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกคน ก่อนเข้าไปทำพิธีละหมาดในมัสยิด โดยจัดเครื่องหมายจุดละหมาดที่สามารถระบุตำแหน่งได้ โดยให้เว้นระยะห่างแต่ละจุด 1.50 – 2 เมตร ให้อาบน้ำละหมาดจากที่บ้าน ให้ใช้ผ้าปูละหมาด (ผ้าชะญาดะห์) ส่วนตัว โดยนำมาจากบ้าน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close