กรมชลฯเตรียมรับมืออุทกภัยใต้

กรมชลฯเตรียมรับมืออุทกภัยใต้ ตรวจแนวรับ แนวรุก พร้อมรับฝน หลังอุตุ ฯ เตือน พ.ย. ฝนชุก

นายประพิศ  จันทร์มา  รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า  กรมชลฯโดยสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่  สำนักเครื่องจักรกลและกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ได้เตรียมรับมือฤดูฝนภาคใต้ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่า ในปลายเดือน ต.ค.  และเดือนพ.ย.  2562  ภาคใต้เสี่ยงที่จะมีฝนตกชุกและบางพื้นที่เสี่ยงกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยกรมได้มีการประชุมและกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 89 จุด 16 จังหวัด    รวมทั้งการเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อการช่วยเหลือกรณีเกิดอุทกภัย ซึ่งคาดว่าแนวทางทั้งหมดจะสามารถช่วยเหลือและบรรเทาอุทกภัยให้กับประชาชนทั้งนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจและติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการก่อสร้างบรรเทาอุทกภัยในภาคใต้   ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างหลายโครงการ  เพื่อให้สามารถเป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำได้ โดยเฉพาะโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ฯ (ระยะที่ 2)  ซึ่งเป็นการขุดขยายคลอง ร.1 ให้มีศักยภาพการระบายน้ำจากเดิมที่ระบายน้ำได้ในอัตรา  465 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที เป็น 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที   ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี  2563

“ได้สั่งการให้สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่  ให้ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางและขุดลอกกองดินในคลอง ร. 1 ทั้งหมด เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ในอัตรา 1,000  ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งหากว่าเกิดฝนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ติดต่อกัน 3 วัน ปริมาณฝนสะสมไม่เกิน 400 มิลลิเมตร  จะสามารถบริหารจัดการได้  และสั่งการให้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำปลายคลอง  ร.1 เพื่อช่วยเร่งสูบน้ำออก ลดผลกระทบให้กับราษฎรในพื้นที่  สำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ  ได้มีการขุดลอกคลอง ขุดขยายคลอง ในเขตพื้นที่โครงการเพื่อช่วยเร่งระบายน้ำจากทะเลสาบสงขลาออกสู่ทะเลฝั่งอ่าวไทยให้เร็วที่สุด โดยคลองศาลาหลวงสามารถระบายน้ำได้อัตรา  30 ลบ.ม.ต่อวินาที  คลองโคกทอง- หัวคลอง  ซึ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลระโนด ได้มีการก่อสร้างบ็อกคัลเวิร์ท (Box Culvert) 4 แถว สามารถระบายน้ำได้อัตรา  35 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีการติดตั้งสะพานเบลีย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ขณะนี้ทั้ง 2 จุดดำเนินการแล้วเสร็จ  ส่วนปตร.ท่าเข็นซึ่งตั้งอยู่ปลายคลองแดนขณะนี้ โครงการเสร็จแล้วสามารถระบายน้ำ 120 ลบ.ม. ต่อวินาที     รวมแล้วสามารถช่วยเร่งระบายน้ำจากทะเลสาบสงขลาออกทะเลฝั่งอ่าวไทยได้เพิ่มขึ้นประมาณ  185 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที” นายประพิศกล่าว

 

ข่าวน่าสนใจ

Close