อลังการสองฝั่งไทยลาวไหลเรือไฟบูชาพญานาค

อลังการสองฝั่งไทยลาว ไหลเรือไฟ 13 ลำ บูชาพญานาค กลางน้ำโขง นักท่องเที่ยวนับแสน แห่ชื่นชม ความสวยงาม

ที่ จ.นครพนม เมื่อคืนที่ผ่านมา ตลอดแนวริมฝั่งน้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เนืองแน่นไปด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ นับแสนคน เดินทางเข้ามาชื่นชม ความสวยงามตระการตา ของเรือไฟของชาวบ้าน ทั้ง 12 อำเภอ ที่ ส่งเข้าประกวด ในงานประเพณีไหลเรือไฟออกพรรษา

โดยในปีนี้ ชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อเติมเรือไฟ ที่เกิดจากพลังศรัทธา รวมถึงความรักความสามัคคี เพื่อเป็นการสืบสานประเพณี บูชาถวายองค์พญานาค ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลรักษาแม่น้ำโขง และส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้น จำนวน 13 ลำ มีของชาวบ้าน ทั้งหมด 12 ลำ อีก 1 ลำ เป็นของ อบจ.นครพนม มีขนาดความยาวตั้งแต่ 50 – 100 เมตร ความสูงประมาณ 30 -40 เมตร ประดับตกแต่ง ด้วยตะเกียงไฟ ประมาณ 20,000 – 30,000 ดวง ใช้งบประมาณก่อสร้างตั้งแต่ 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ได้เน้นในเรื่องของเงินรางวัล แต่เน้นความภาคภูมิใจที่ได้ สืบสานประเพณี และให้นักท่องเที่ยวได้ ชื่นชมความสวยงาม

 

สำหรับการการออกแบบลวดลายเรือไฟปีนี้ ส่วนใหญ่ จะเน้นลวดลาย เกี่ยวกับการเฉลิมพระเกียรติ แด่ในหลวงราชกาลที่ 10 รวมถึงน้องรำลึกครบรอบ วันคล้ายวันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปจนถึง พระราชกรณียกิจ ของทั้ง 2 พระองค์ อีกทั้งเป็นการน้อมรำลึก เมื่อครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ภาคอีสาน และได้ประทับแรมที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หลังเก่า และยังได้ทอดพระเนตรไหลเรือไฟครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 -13 พฤศจิกายน 2498 ถือเป็นประวัติศาสตร์ ครั้งสำคัญ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวง จ.นครพนม ที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ไปจนถึงการออกแบบลวดลายเกี่ยวกับ สัญลักษณ์ที่สำคัญ สถานที่ท่องเที่ยว ต่างๆ ของ จ.นครพนม สื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้รับรู้ถึงจุดเด่น ของ จ.นครพนม ในฐานะเมืองเศรษฐกิจการค้าชายแดน และเมืองท่องเที่ยว สำคัญของภาคอีสาน นอกจากนี้ ในการประกวดไหลเรือไฟ จะประกอบไปด้วย เรือไฟ 2 ประเภท มีความคิดสร้างสรรค์ และแนวความคิดด้วย

 

โดยในการประกวดเรือไฟจะวัดกันที่ การออกแบบตำแหน่งดวงไฟ ที่ทำจากตะเกียง กระป๋องกาแฟ เติมด้วยน้ำมันดีเซล หากมีการจัดวางตำแหน่งได้ดี จะส่งผลต่อความชัดเจนของลวดลาย รวมไปถึงระยะทางในการส่องสว่าง ที่จะมีผลต่อความสวยงาม ไปจนถึงการออกแบบลวดลาย ต่างๆ ที่สวยงามลงตัว สอดคล้องกับ การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าการ ท่องเที่ยว และการสร้างจิตสำนึกในการรักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งในปีนี้ถือว่า บรรยากาศการท่องเที่ยว คึกคักมากกว่าทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว ส่งผลดีต่อ บรรดา ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก มีลูกค้าใช้บริการ หลายเท่าตัว

สำหรับผลประกวดเรือไฟ ประจำปี 2562 “นครพนม”
ประเภท 40-60 เมตร (ขนาดเล็ก)
อันดับ 1.ปลาปาก
อันดับ 2.นาหว้า
อันดับ 3. บ้านแพง

ประเภท ใหญ่กว่า 60 เมตร (ขนาดใหญ่)

ประเภทสวยงาม
อันดับ 1. โพนสวรรค์
อันดับ 2. อ.เมือง
อันดับ 3. เรณูนคร

ประเภทความคิดสร้างสรรค์
อันดับ 1. นาแก
อันดับ 2. อบจ.นครพนม
อันดับ 3. ศรีสงคราม

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close