โคราชยังมีฝน-อ่างเก็บน้ำยังรับได้อีก3.5เท่า

โคราช ยังมีฝน ขณะที่ปริมาตรน้ำใช้การใน 4 อ่างใหญ่ 23 อ่างกลาง เหลือใช้ 29.69 เปอร์เซ็นต์ ยังรองรับน้ำได้อีก 3.5 เท่า

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ (277/2562) ระบุว่า ในวันนี้ (22 กันยายน 2562) ประเทศไทยตอนบนยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง หลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 23-26 กันยายน 2562 มีปริมาณฝนลดลงและอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดนจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ,บุรีรัมย์, สุรินทร์ ,ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนภาคเหนือและภาคกลาง จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลของของร่องมรสุมที่พาดผ่านพื้นที่ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีน ได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน จึงทำให้มีสภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าว

ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงแจ้งเตือนสาธารณภัยให้เตรียมการรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมเอาไว้ด้วย โดยจะมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในระยะสั้นๆ น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ โดยยังมีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกมากบางแห่งกับมีลมกระโชกแรง ต้องระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว , ระวังสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์มีพิษเลื้อยเข้าบ้าน ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจมีน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะจะต้องระวังการขับขี่ผ่านบริเวณน้ำท่วมขังหรือน้ำไหลผ่านเป็นพิเศษ

แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำฝนยังไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในจังหวัดนครราชสีมา ไม่มากนัก ทำให้ 3 ใน 4 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดฯ ยังอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ มีน้ำใช้การต่ำกว่า 30 % ของความจุกักเก็บ ซึ่งทำให้ปริมาตรน้ำใน 4 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดนคราชสีมา มีปริมาณน้ำรวม 321.95 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 36.36 % เป็นน้ำใช้การได้ 284 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 33.55 % ขณะที่ 23 อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่ มีปริมาตรน้ำรวม 83.24 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 25.13% เป็นน้ำใช้การได้ 58.20 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 19.01 % ดังนั้น สรุปรวมปริมาตรคงเหลือใน 4 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 23 อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จะเหลืออยู่ที่ 405.19 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 33.30 % และเป็นน้ำใช้การได้ 342.72 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 29.69 % เท่านั้น ซึ่งความจุกักเก็บในอ่างเก็บน้ำทั้งหมด จุได้มากถึง 1,216 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือสามารถรองรับน้ำได้อีก 3.5 เท่าของปริมาตรน้ำคงเหลือในปัจจุบัน ดังนั้น ทางชลประทานจังหวัดฯ จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม และขอให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ใช้อย่างรู้คุณค่า เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้ให้เพียงพอตลอดหน้าแล้ง จนกว่าจะถึงหน้าฝนในปีต่อไป

ข่าวน่าสนใจ

Close