ทำรายได้มหาศาล!”ทุเรียนสะเด็ดน้ำ”บันนังสตา

ดินดี น้ำดี อากาศดี ดูแลดี ได้ทุเรียนคุณภาพดี ร่วมโครงการปิดทองหลังพระฯ สร้างรายได้มหาศาลแก่เกษตรกรบันนังสตา

นายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พาเยี่ยมชม สวนทุเรียน “ไร่ต่วน” ของ นายต่วนโซ๊ะ ต่วนมูเต๊ะ หรือ แบโซ๊ะ บ้านกือลอง หมู่ 2 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นเกษตรกรรุ่นแรก ที่เข้าร่วมโครงการทุเรียนคุณภาพของสถาบันปิดทองหลังพระฯ ที่ได้รับความรู้ ในการผลิตทุเรียนคุณภาพ เพิ่มการดูแลมากขึ้น ใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้น ทำให้รูปทรง น้ำหนักดี ราคาเป็นที่น่าพอใจ

 

โดย แบโซ๊ะ ได้เปิดเผยว่า ทุเรียนพันธุ์ก้านยาวนั้นมีจำนวนน้อย และได้เข้าโครงการฯไปแล้ว 3 ต้น ส่วนหมอนทองมีจำนวนมาก เข้าโครงการฯไปแล้ว 131 ต้น (จากทั้งหมด กว่า 800 ต้น ) ซึ่งเมื่อเริ่ม 3 ต้นแรกนั้น ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำเงินให้ได้ 1 แสนบาท โดย 1 ต้น จะได้ผลผลิต ประมาณ 400 กิโลกรัม และมีการประกันราคา อยู่ที่ กิโลกรัมละ 70 บาท

ส่วนราคาขายทุเรียนทั่วไป “เกรดคละ” ราคาจะอยู่ที่ กิโลกรัมละ 30-40 บาท “เกรด A/B” กิโลกรัมละ 100 บาท แต่กว่าจะได้ทุเรียนคุณภาพดี แบบนี้ ต้องดูแลอย่างดี ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน หลังการตัดผลผลิต ก็ต้องตัดแต่งกิ่ง ลำต้น ทันที

 

แบโซ๊ะ ยังระบุด้วยว่า แปลงปลูกทุเรียนในบันนังสตา ของตนเองนั้น เป็นพื้นที่ดินเหนียว สามารถมั่นใจได้ในความเป็นอินทรีย์ ทั้งนี้เพื่อรักษา คุณภาพ ในแต่ละวันจะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมสวนเป็นประจำ และสามารถทานผลไม้ได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯเป็นไปด้วยความสมัครใจ แต่จะต้องมีการอบรม เพื่อทบทวนการดูแลบำรุง รักษาต้นทุเรียน โดยดำเนินการตั้งแต่การบำรุงต้น ใบ ดอก จนกระทั่งเก็บเกี่ยว ปัจจุบันมีการประกันราคาดี ได้รับความสนใจอยากเข้าร่วมโครงการฯเป็นจำนวนมาก

 

ทางด้าน นายอำเภอบันนังสตา กล่าวว่า เมื่อมีการประเมินการดำเนินการไปแล้ว ก็อยากจะคัดเลือกเกษตรกรที่ได้คุณภาพจริงๆ ในเรื่องของผลผลิต และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือต้องมีความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและลูกค้า เพื่อได้ส่งมอบทุเรียนที่ดีมีคุณภาพ ราคาที่เป็นธรรม เชื่อว่าอย่างน้อยสวนแบโซ๊ะ ก็ได้เป็นการจุดประกายให้กับสวนอื่นๆได้ด้วย

นอกจากนี้ ปัจจุบันในพื้นที่บันนังสตา ได้มีการขายทุเรียนออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของตนเอง แต่ทั้งนี้ก็จะต้องมีกระบวนการ มีบาร์โค้ด และมีสตอรี่แสดงไว้อย่างชัดเจนในแต่ละขั้นตอนด้วย เพราะการบันทึกขั้นตอนการปลูกในบาร์โค้ดจะทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่า ทุเรียนที่ได้รับนั้นจะมีคุณภาพตรงตามที่ต้องการ เพราะสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันทุเรียนหมอนทองยังเป็นที่นิยมของผู้ประกอบการจีน และต่างประเทศ ทำให้ทุเรียนหมอนทอง สามารถส่งออกได้มากที่สุด

ซึ่งทางลูกสาวของแบโซ๊ะเอง ก็ได้เปิดขายออนไลน์ด้วยเช่นกัน มีทั้งทุเรียนหมอนทองตัดสด ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน และได้รับการตอบรับที่ดี มีออเดอร์เข้ามาตลอดจากทั่วประเทศ

นายอำเภอบันนังสตา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่ตั้งแต่ อ.กรงปินัง อ.ธารโต อ.บันนังสตา มีสภาพเป็นภูเขาลาดชัน จึงมีการปลูกทุเรียนบริเวณไหล่เขา ด้วยระดับอุณหภูมิ ความหนาวเย็น แร่ธาตุในดิน ระบบน้ำ เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว (120 วัน แก่เต็มที่) จะส่งผลไปถึงคุณภาพของทุเรียน เนื้อจะแห้ง กรอบนอกนุ่มใน รสชาติหอมหวานมัน จนได้รับฉายาว่า“ทุเรียนสะเด็ดน้ำ”

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close