สนามบินเชียงใหม่ซ้อมแผนฉุกเฉินไฟไหม้และระเบิด

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนฉุกเฉิน กรณีเหตุเพลิงไหม้และการระเบิด เพื่อลดความสูญเสีย

วานนี้( 22 ส.ค. )นายมนตรี มงคลดาว รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานท่าอากาศยานภูมิภาค) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนฉุกเฉินท่าอากาศยานเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2562

ด้านนายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า การฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนฉุกเฉินในปีนี้ ได้ดำเนินการฝึกซ้อมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในบทที่ 4 เรื่องเพลิงไหม้และการระเบิด (Structural Fires and Explosions) เนื่องจากอัคคีภัย ถือเป็นภัยร้ายแรงประการหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอัคคีภัยนั้น เกิดในพื้นที่ที่มีผู้คนอยู่จำนวนมาก มีวัสดุอุปกรณ์และเอกสารสำคัญ อย่างเช่นสนามบิน ความเสียหายที่เกิดขึ้นย่อมกระทบถึงภาพลักษณ์ชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ การระงับเหตุด้วยความรวดเร็ว บนพื้นฐานการบูรณาการร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากจะเป็นการลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแล้ว ยังแสดงถึงความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการอีกด้วย

การฝึกซ้อมครั้งนี้ ได้กำหนดสถานการณ์ เกิดเพลิงไหม้ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศต้นเพลิงอยู่ที่บริเวณใต้ฝ้าเพดานสำนักงานด่านกักกันสัตว์ระหว่างประเทศ และลุกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว หัวหน้าพนักงานเวร ได้แจ้งผู้บังคับบัญชาและขออนุมัติใช้แผนฉุกเฉิน รวมทั้งขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก

พร้อมกันนี้ได้อพยพผู้โดยสารออกจากอาคารไปรวมกันที่บริเวณลานจอดอากาศยาน และเคลื่อนย้ายอากาศยาน ที่จอดประชิดอาคารไปยังหลุมจอดระยะไกล จนกระทั่งสามารถควบคุมเพลิงได้ในที่สุด และคัดแยกผู้โดยสารขาเข้าและขาออก เพื่อเข้าสู่กระบวนการให้บริการตามปกติต่อไป โดยในการฝึกซ้อมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกหน่วย อาทิ กองบิน 41 ศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลเมืองแม่เหียะ เทศบาลตำบลสุเทพ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ และคณะกรรมการธุรกิจการบินเชียงใหม่ (Airline Operators Committee : AOC) ที่ได้สนับสนุนอากาศยาน รถดับเพลิงและบุคคลากรเข้าร่วมฝึกซ้อม ครบตามองค์ประกอบที่กำหนดไว้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ยังเป็นการสร้างความ “มั่นใจ (Safety and Security)” คือเป็นเลิศในมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเป็นหนึ่งในค่านิยมหลักของ ทอท.อีกด้วย

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close