สุดยอดภูมิปัญญาไทยผลิตภัณฑ์จากต้นกก

โอทอป สุดยอดภูมิปัญญาไทย ผลิตภัณฑ์จากต้นกก ช่วยฝึกสมาธิ และสร้างรายได้สู่กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุ

การทอเสื่อกก เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ต.กุดหวาย อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่มีการสืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษหลายๆรุ่น ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน เนื่องจากตำบลกุดหวายแห่งนี้ มีพื้นที่ติดกับห้วยลำพอก มีต้นกกขึ้นอยู่บริเวณริมน้ำจำนวนมาก ชาวบ้านจึงมีการนำต้นกกมาใช้ในการสานเป็นเสื่อกก เพื่อใช้ในครัวเรือนและมอบเป็นมรดกให้ลูกหลานเวลาที่แต่งงานออกเรือนใหม่ ได้นำไปใช้ ทำให้วัฒนธรรมการใช้เสื่อกกยังคงอยู่กับชุมชนมาเรื่อยๆ ในช่วงหลังมีการพัฒนารูปแบบ และวิธีการสาน มาเป็นการทอเสื่อกกเพิ่มมาด้วยและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้ง เสื่อ กระเป๋า ตะกร้า ที่รองนั่ง ที่รองแก้วและผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลายชนิด ทำให้ต้นกกและต้นไหล เป็นพืชเศรษฐกิจของชาวตำบลกุดหวาย ชาวบ้านมีปลูกไว้แทบทุกหลังคาเรือน เพราะเป็นพืชที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ของชาวบ้านที่สำคัญคือเป็นพืชที่ปลูกและขยายพันธุ์ได้ง่าย

โครงการหมู่บ้านราชมงคลอีสาน ได้เข้ามาพัฒนาต่อยอดอาชีพทอเสื่อกก ให้มีการรวมกลุ่มเพื่อทำอาชีพและยกระดับฝีมือ โดยการเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญมาให้ความรู้ทั้งในเรื่องของการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งวันนี้ได้รวมกลุ่มสตรีและผู้สูงอายุจากตำบลกุดหวาย 2 หมู่บ้านคือบ้านสมบูรณ์และบ้านโคกสนวน จำนวน 20 คน มาอบรมหลักสูตรการทำหมวกจากต้นกกและต้นไหล ที่ศาลาประชาคมบ้านสมบูรณ์ ตำบลกุดหวาย อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์  โดยใช้เวลาในการอบรมจำนวน 3 วัน การรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมส่งเสริมอาชีพสำหรับกลุ่มสตรีและผู้สูงอายุตำบลกุดหวาย นอกจากจะช่วยสร้างอาชีพสร้างรายได้แล้ว ยังทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีมีกิจกรรมทำร่วมกัน ได้พูดคุยกันในบรรยากาศที่อบอุ่น  ทำให้เกิดการฝึกสมาธิ เพราะทุกคนจะตั้งใจทำงานของตนเอง ให้สำเร็จ ทำให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจกับผลงานของตนเอง สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับสมาชิกในครอบครัวและผู้ที่สนใจได้ด้วย

จากการสอบถามยายตา แสงรุ้ง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 3 ต.กุดหวาย อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ทราบว่า ที่บ้านคุณยายปลูกต้นไหลไว้ในบริเวณบ้านหลายแปลง เพียงพอกับการทอเสื่อกกขาย ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้จากการขายเสื่อกกเดือนละ 5,000 – 6,000 บาท จะทำเฉพาะเวลาที่ว่างจากการทำนาและทำงานบ้าน ถือเป็นอาชีพเสริมที่ทุกคนในครอบครัว สามารถช่วยกันทำได้ คุณยายมาเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้เพราะอยากจะมีผลิตภัณฑ์ของตนเองอย่างหลากหลาย สร้างทางเลือกให้กับลูกค้า เพราะที่ผ่านมามีลูกค้ามาถามหาสินค้าแบบอื่นๆด้วย การอบรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีสินค้าที่หลากหลาย จึงเป็นแนวทางในการเพิ่มผลิตภัณฑ์และรายได้ให้กับครอบครัว

นางสมัย นันทพันธ์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 บ้านโนนตาล หมู่ที่ 14 ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ประธานกลุ่มสตรีบ้านโนนตาล ซึ่งวิทยากรในการอบรม กล่าวว่า หลักสูตรการทำหมวกนี้ใช้เวลาในการอบรมจำนวน 3 วัน สำหรับคนที่มีพื้นฐานจากงานทอเสื่อกกมาแล้ว สามารถทำได้เลย  วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็มีแค่ต้นกกหรือต้นไหลที่ฉีกเป็นเส้นแล้วนำไปย้อมสี สีธรรมชาติและไม้แบบในการทำหมวก ซึ่งทำมาจากต้นตีนเป็ด ซึ่งมีคุณสมบัติคือมีน้ำหนักเบา ไม่แตกง่าย นำมาใช้ในการขึ้นแบบเพื่อให้หมวกมีรูปร่างและขนาดตามที่ต้องการและออกมาสวยงาม

นางสุนันท์  เงินถม อยู่บ้านเลขที่ 81 บ้านสมบูรณ์ หมู่ที่ 3 ต.กุดหวาย อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ประธานกลุ่มสตรีบ้านสมบูรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มสตรีบ้านสมบูรณ์มีการรวมกลุ่มกันเพื่อทอเสื่อกกและนำไปขายตามงานต่างๆ ได้รับความสนใจจากลูกค้าดีมาก จึงได้มีการพัฒนาต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลายชนิด เช่น กระเป๋า ที่รองแก้ว ที่รองจาน ที่รองนั่ง แต่ทางกลุ่มก็ยังเห็นว่ายังไม่เพียงพอกับความต้องการของกลุ่ม จึงได้มีการเชื่อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาร่วมสนับสนุนอาชีพของกลุ่ม ซึ่งในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการหมู่บ้านราชมงคลอีสาน เข้ามาร่วมสนับสนุนการอบรมหลักสูตร การทำหมวกจากต้นกกและต้นไหล เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และมีสินค้าให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ทำให้กลุ่มมีรายได้สู่ครัวเรือนมากขึ้น

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close