ชาวโคราชแห่นำลาวาโคลนดื่มกินเชื่อรักษาโรค

ชาวโคราชแห่นำลาวาโคลนพุดกลางทุ่งนา บ้านหนองกุงน้อย พอกหน้า ดื่มกิน เชื่อทำให้หน้าใส รักษาโรคปวดเมื่อยได้

ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ชาวบ้านในจังหวัดนครราชสีมา และต่างจังหวัด ได้พากันนำลาวาโคลนที่อยู่กลางทุ่งนา บ้านหนองกุงน้อย ต.โคกกระเบื้อง อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมา ไปดื่มกินเพื่อรักษาโรค หลังจากลาวาโคลน หรือ โคลนผุด ขึ้นมากลางทุ่งนา จำนวน 9 จุด โดยชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันนำเอาขวดน้ำ กระติกน้ำแข็ง ใส่โคลน และนำโคลนกลับไปบ้าน เพื่อนำเอาโคลนไปพอกหน้า พอกแขน รักษาโรค ปวดเมื่อยตามร่างกาย

โดยนางรัศมี ดิบประโคน อายุ 43 ปี ชาวบ้านในอำเภอบ้านเหลื่อม หนึ่งในชาวบ้านที่ได้นำลาวาโคลน ไปพอกหน้า บอกว่า โคลนที่พุดขึ้นมา เป็นเนื้อโคลนละเอียด ไม่มีกลิ่น โดยพอกหน้าไว้ในช่วงหัวค่ำทิ้งไว้จนถึงเช้า ตื่นขึ้นมา พบว่า ใบหน้าใสนิ่ม จึงได้กลับมานำเอาลาวาโคลนไปพอกหน้าอีก เหมือนกับชาวบ้านอีกหลายๆ คน ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ ยังคงแห่กันมานำเอาขวดน้ำเปล่า มาตักเอาลาวาโคลนไปดื่มกิน และเอาลาวาโคลน ไปพอกตัว เพื่อรักษา โรคปวดเมื่อย ตามความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ โดยในแต่ละวัน จะมีชาวบ้านมากกว่า 500 คน มานำเอาลาวาโคลนไปพอกหน้าอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายทรงกลด ประเสริฐทรง นักธรณีวิทยาชำนาญการจากสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 กรมทรัพยากรธรณี หัวหน้าทีมงานวิจัยโคลนผุดเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าดินผุดหรือดินพุเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของน้ำในชั้นใต้ผิวดิน ไหลทะลักเข้าไปทำปฏิกิริยาเคมีกับแร่ธาตุในชั้นดินเหนียว จนทำให้เกิดแรงดันผ่านรอยแยก ผสมกับดินในชั้นต่างๆ จนเกิดเป็นโคลนผุดขึ้นมา ซึ่งเป็นการปรับสมดุลแรงดันของน้ำใต้ดินซึ่งโคลนที่ผุดขึ้นมาไม่ได้มีความร้อน จึงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความร้อนใต้พิภพแต่อย่างใด แต่ชาวบ้านไม่ควรนำดินผุดดังกล่าวไปกิน เพราะจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้เนื่องจากร่างกายย่อยดินไม่ได้ และดินก็จะมีสิ่งเจือปนของเชื้อโรคชนิดต่างๆ จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนการนำไปทาถูตามร่างกายหรือพอกหน้านั้นอาจทำได้ เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ประชาชนไม่ควรเข้าไปใกล้บริเวณดังกล่าวเพราะอาจจะเกิดโคลนดูดจนได้รับอันตรายได้

ข่าวน่าสนใจ

Close