ปาบึกพ่นพิษ!นครศรีฯอ่วมหนัก16อ.บ้านพังอื้อ

พายุปาบึกพ่นพิษ! นครศรีฯอ่วมหนัก 16 อำเภอ บ้านพังอื้อ ขณะเทศบาลเมืองคอน เร่งระบายน้ำ คาด 7 ม.ค.ปกติ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานว่า“ปาบึก”ได้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นวงกว้างครอบคลุมทั้งจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ 16 อำเภอ ซึ่งขณะนี้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้การช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายเป็นการเร่งด่วน โดยส่วนใหญ่เป็นความเสียหายจากลมกรรโชกแรง พัดบ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง ต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มเสียหาย กระแสไฟฟ้าขัดข้อง เส้นทางถูกกีดขวาง และมียอดผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ในพื้นที่อำเภอปากพนัง เฉลิมพระเกียรติและอำเภอหัวไทรส่วนการเร่งฟื้นฟูสถานการณ์ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานขอความร่วมมือสนับสนุนบุคลากรพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์จากการไฟฟ้าจังหวัดกระบี่และจังหวัดยะลา ในการจัดชุดเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยคาดว่าภายในวันนี้ (5 ม.ค.62) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติในทุกพื้นที่ ขณะที่การเร่งเข้าฟื้นฟูภายในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งได้เร่งดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนและสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติแล้วเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ผ่านมา

ด้านการตรึงสถานการณ์ในสถานที่สำคัญ ที่บริเวณท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกล และเครื่องสูบน้ำระยะไกลเข้าประจำท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เพื่อดูแลระบบไฟฟ้าและปฏิบัติการสูบน้ำในบริเวณท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ซึ่งล่าสุดนายสุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ยืนยันว่าตั้งแต่เวลา 12.00 น.วันนี้ (5 มกราคม 2562) ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชจะสามารถเปิดทำการบินได้ตามปกติ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช  เรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเทศบาล เพื่อประเมินสถานการณ์ และติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตเมือง  พร้อมกับเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า  ได้รับรายงานว่าขณะนี้มวลน้ำขนาดใหญ่กำลังไหลเข้ามาท่วมในพื้นที่ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช  ซึ่งคาดว่าในช่วงเวลา 17:00 น.- 18:00 น.  วันนี้ ระดับน้ำจะลงมาท่วมสูงสุดในเขตพื้นที่เมือง  ซึ่งทางเทศบาลได้รับความร่วมมือจากกรมชลประทานในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 19 ตัว เร่งระบายและพร่องน้ำออกจากพื้นที่เมือง ซึ่งคาดว่า หากฝนไม่ตกเติมลงมา ไม่น่าจะเกินวันจันทร์ที่ 7 มกราคมนี้ จะสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่เขตเมืองได้ทั้งหมด

 

 

ทั้งนี้ ภายหลังจาก พายุปลาบึก พัดผ่านพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช  ไปแล้วได้มีการสำรวจความเสียหายพบว่ามีบ้านเรือนประชาชน มากกว่า 60 หลังคาเรือน ถูกพายุพัดเสียหายต้นไม้ล้มทับ รวมถึงสถานที่ราชการ อื่นๆ โดยเฉพาะต้นไม้ขนาดใหญ่ที่หักโค่น คาดว่ามูลค่าความเสียหายเฉพาะเขตพื้นที่เมือง ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

 

 

สำหรับการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัย พายุปาบึก ได้มอบหมายให้กองสวัสดิการ ของทางเทศบาล ไปสำรวจ ความเสียหาย ดูสภาพความเป็นอยู่ว่าบ้านเรือนประชาชน แต่ละหลังคาเรือน เสียหายมากน้อยเพียงใด ก็จะมีการสั่งอุปกรณ์ต่างๆ ขั้นตอนการสำรวจความเสียหายและสั่งอุปกรณ์ให้กับบ้านเรือนประชาชนนั้นคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

 

 

ทางด้าน นายอภิวัฒน์ รัตนนาคินทร์ ผู้อำนวยการร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เข้ามาประสานช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยระบุว่า จะร่วม ผลิต อาหารหรือข้าวกล่อง ไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยจะเริ่มดำเนินการในวันพรุ่งนี้( 6 ม.ค.2562) เป็นต้นไป

 

 

ผวจ.นครศรีฯยันคลี่คลายน้ำท่วมให้เร็วที่สุด

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการทุกภาคส่วนในระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์และสรุปความเสียหายจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ผ่านระบบทางไกลวิดีโอคอนเฟอเร้นท์จากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ฟื้นฟูและเยียวยาจิตใจแก่ผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่เพื่อเรียกขวัญกำลังใจประชาชนกลับคืน พร้อมระบุว่า สถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงขณะนี้ดีขึ้นมาก มีรายงานท้องฟ้าแจ่มใสในหลายพื้นที่ แต่ความรุนแรงของพายุโซนร้อนปาบึก ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะความเสียหายด้านสิ่งก่อสร้าง สิ่งสาธารณูปโภค ทรัพย์สิน และผลอาสินทางการเกษตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประชาชนชาวนครศรีธรรมราชที่มีกำลังใจที่เข้มแข็ง และอดทนต่อสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยขอให้ทุกคนยืนหยัดและมีกำลังใจ รวมทั้งเชื่อมั่นว่าทางราชการจะอยู่เคียงข้าง เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยได้คืนสู่สภาวะปกติสุขโดยเร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูสถานที่ต่างๆ ทั้งอาคารสถานที่ บ้านเรือนประชาชน และสถานที่สาธารณะเพื่อให้มีความสะอาด สวยงามคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อเป็นการฟื้นฟูจิตใจประชาชนและเรียกขวัญกำลังใจประชาชนกลับคืน

 

 

พัทลุง เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์ต้นไม้ล้มหลังดินสไลด์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง ยังคงลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกเมื่อวานนี้ โดยล่าสุดช่วงสายที่ผ่านในพื้นที่ ม.3 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง บนรอบเกาะหมาก ได้เกิดดินสไลด์ นำต้นไม้ริมทางไหลลงมาพร้อมดิน ล้มทับเส้นทาง4จุด ทำให้เจ้าหน้าที่ แร่งเข้าตัดต้นไม้พร้อมนำรถแบคโฮ เข้าทำการขุดดินเพื่อเปิดเส้นทางให้ชาวบ้านได้ใช้สัญจรตามปกติ ขณะช่วงบ่ายที่ผ่านมาในพื้นที่ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน ฝนตกปานกลาง ถึงหนักในบางจุด

ด้านสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยพัทลุง ได้สรุปรายงายความเสียหายจากอิทธิพลพายุปาบึก เมื่อวานนี้ สถานการณ์โดยทั่วไปปกติ แต่ยังคงเฝ้าติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องการอพยพ ประชาชนที่อพยพมาที่ศูนย์พักพิง มีผู้อพยพจำนวน 2 หมู่บ้าน รวม 43 ครัวเรือน 103 คน ได้กลับที่พักของแต่ละครัวเรือนหมดแล้ว ที่พักบางครัวเรือนได้รับความเสียหายเล็กน้อย

โรงเรียนได้รับความเสียหาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12 จำนวน 2 แห่ง-สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 จำนวน 4 แห่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 จำนวน 1 แห่ง สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดพัทลุง จำนวน 3 แห่ง สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง จำนวน 1 แห่ง

 

 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้เปิดโรงครัวพระราชทานนครศรีฯ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานว่า วันนี้ (5 ม.ค.62) พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พบปะและตรวจเยี่ยมประชาชนที่อพยพหลบภัยจากพายุปาบึก ที่ศูนย์อพยพสนามกีฬามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา และที่ศูนย์อพยพโรงเรียนสิชลคุณาธารวิทยา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้อพยพ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของที่จำเป็นให้แก่ผู้อพยพด้วยนอกจากนี้ได้มี บุ๋ม “ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” อดีตนางสาวไทย และพิธีกร-ดารานักแสดงชื่อดัง ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยและมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้อพยพด้วย โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ร่วมส่งผู้อพยพกลับบ้านด้วย พร้อมทั้งอวยพรให้เดินทางกลับด้วยความปลอดภัย

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ในการประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่ศูนย์อพยพต่าง ๆ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ในส่วนของรัฐบาลและผู้บัญชาการทหารบก ก็มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนเช่นกัน จึงได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ตั้งแต่ก่อนที่พายุจะเคลื่อนตัวเข้าฝั่ง จากนี้ไปก็จะเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัย เช่น การตัดต้นไม้ที่ล้มกีดขวางเส้นทาง ล้มทับบ้านเรือนของประชาชน รวมทั้งซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชน เป็นต้น

นายจำเริญ กล่าวว่า ระดับน้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งรับมวลน้ำจากคลองท่าดี ที่ไหลลงมาจากอำเภอลานสกานั้น ขณะนี้ยังคงเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกรมชลประทานและเทศบาลนครนครศรีธรรมราช กำลังเร่งใช้เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเลอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือนของประชาชนและขวางถนน โดยเฉพาะที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ ถูกแรงลมพายุพัดล้มจำนวนกว่า 10 ต้น แต่ยังโชคดีที่ต้นไม้ไม่ล้มทับอนุสาวรีย์เจ้าพระยานคร (น้อย) แต่ไปล้มทับบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้รับความเสียหายบางส่วน ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้รับระดมทีมช่างเทคนิคจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น ยะลา กระบี่ เป็นต้น มาช่วยเร่งปักเสาไฟฟ้าที่หักโค่น เพื่อให้สามารถจ่ายไฟเข้าสู่ระบบได้โดยเร็วที่สุด

 

กรมชล เร่งระบายน้ำท่วมขังเมืองนครศรีฯ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำสูงเฉลี่ยประมาณ 50 เซนติเมตร คาดว่าระดับน้ำ จะท่วมสูงสุดประมาณ 60 – 70 เซนติเมตร ในช่วงบ่ายของวันนี้ (5 ม.ค.62) ซึ่งกรมชลประทาน ได้ร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เร่งระบายน้ำออกทะเล โดยใช้เครื่องสูบน้ำ 17 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 24 เครื่องนอกจากนี้ยังมีพื้นที่รอบนอกที่มีน้ำท่วมขัง ได้แก่ อำเภอปากพนัง มีน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณโรงเรียนปากพนัง ระดับสูงเฉลี่ย 0.50 – 1.10 เมตร กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 26 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำอีก 26 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด พร้อมกันนี้ ได้ตั้งจุดพักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือประชาชน 3 แห่ง ได้แก่ บริเวณที่ทำการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังตอนล่าง มีประชาชนมาพัก 30 คน บริเวณที่ทำการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 6 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังตอนล่าง มีประชาชนมาพัก 25 คน และที่ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีประชาชนมาพัก จำนวน 200 คน ในพื้นที่อำเภอทุ่งสง มีน้ำท่วมขังบริเวณตลาดทุ่งสง และสถานีรถไฟทุ่งสง ระดับสูง 0.50 – 1.20 เมตร ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง บริเวณเขตเทศบาลทุ่งสงเร่งระบายน้ำแล้ว ส่วนที่อำเภอหัวไทร มีน้ำท่วมขังบริเวณริมชายทะเล สูงเฉลี่ย 30 – 50 เซนติเมตร เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุน โดยได้ติตตั้ง เครื่องสูบน้ำ Hydro flow ขนาด 3.5 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง

ทั้งนี้ แม้ว่าพายุโซนร้อน “ปาบึก” จะเคลื่อนผ่านไปลงทะเลอันดามันแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

 

สุราษฎร์ธานี ห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอีก 1 วัน

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนางอุรสา จินโต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำคณะลงตรวจเยี่ยมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่บ้านปากคู อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานีขณะที่สถานการณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยรวมเริ่มคลี่คลาย ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตกเล็กน้อย คลื่นริมชายทะเลสูง 1- 2 เมตร ในทะเล 2-3 เมตร ปริมาณน้ำฝนมากที่สุด 24 ชม.ที่ผ่านมาที่อำเภอบ้านนาสาร วัดได้ 180 มม. มีอำเภอที่ได้ความเสียหายจากวาตภัย 9 อำเภอที่ติดทะเล และเสียหายจากอุทกภัย 2 อำเภอรายละเอียดอยู่ระหว่างการสำรวจ ด้านการคมนาคมทางอากาศ และทางน้ำ สนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานี เปิดให้บริการวันนี้ หลังเวลา 12.00 น และได้เพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สนามบินนานาชาติเกาะสมุย เปิดให้บริการวันนี้ เที่ยวแรก 05.00 น. ส่วนการเดินทางน้ำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ต่อไปอีกถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 24.00 น. ยกเว้นเรือเฟอร์รี่ (เรือบรรทุกผู้โดยสารและยานพาหนะ) สามารถออกจากฝั่งได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้ (วันที่ 5 มกราคม 2562) ส่วนการสัญจรทางบก เป็นปกติทุกเส้นทาง

ล่าสุด กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 ห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งทุกอำเภอที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และเขื่อนรัชชประภา ออกไปอีก 1 วันจนถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 5 มกราคม 2562 ยกเว้นเรือเฟอร์รี่ (เรือบรรทุกผู้โดยสารและยานพาหนะ) สามารถออกจากฝั่งได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 ทั้งนี้ขอให้พิจารณาเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และขอให้ติดตามข่าวการพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สำหรับจุดอพยพ พื้นที่ 19 อำเภอ 304 จุด ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้สั่งการให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเตรียม สถานที่ พร้อมรับผู้อพยพและมีการอพยพ 27 จุด 7 อำเภอ 1,661 คน ซึ่งขณะนี้ผู้อพยพสามารถกลับไปพักอาศัยที่บ้านได้แล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

มท.1เผยนายกฯเกาะติดปาบึก24ชม.ยันพร้อมรับมือ

ทร.ส่งเรือจักรีนฤเบศรลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยปาบึก

ปัตตานีอพยพ3อ.1,500คนหนีปาบึก-ปิดรร.

“ปาบึก”แผลงฤทธิ์ทำฝนถล่มเมืองคอน-อพยพคน7พัน

ปาบึกขึ้นฝั่งเมืองคอนวันนี้-6อ.ริมทะเลอ่วมสุด

เตือน”ปาบึก”เคลื่อนขึ้นฝั่งนครศรีฯภาคใต้ฝนหนักมาก

ประมวลภาพพายุ”ปาบึก”ถล่มใต้

อุตุฯเตือนพายุ”ปาบึก”ฉ.16คาดขึ้นฝั่งเมืองคอนเย็นนี้

เกาะติดสถานการณ์พายุ“ปาบึก”ถล่มภาคใต้

อุตุฯเตือนพายุ”ปาบึก”ฉ.19จ่อเข้าจ.สุราษฎร์ฯ

บขส.งดเดินรถเส้นทางนครศรีฯ-กรุงเทพ

พัทลุงหลังคาปลิวไฟฟ้าทำดับทั้งเมือง

ระโนดโดนทั้งคลื่น-ลม กระหน่ำหนัก

เมืองคอนเปิดศูนย์อพยพเพิ่ม-ปากพนังอ่วมหนัก

“พลังงาน”ชี้แท่นปิโตรเลียมผ่านวิกฤต“ปาบึก”แล้ว

“เอกพันธ์”นำทีมกู้ภัยลงชุมพรรับมือ“ปาบึก”

เตือนปชช.ที่อยู่บริเวณเชิงเขาเตรียมรับมือน้ำป่า

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close