พยานคดี”จ่าตั้มสายเปย์”เปิดใจกลัวแต่อยากช่วยเด็ก

พยานคดี “จ่าตั้มสายเปย์” เปิดใจกลัวแต่ต้องกล้าเพื่อช่วยเด็ก ปลอมเป็นนักสืบไซเบอร์ตามพฤติกรรมก่อนส่งเรื่องถึง “บิ๊กโจ๊ก”

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายเอก( นามสมมุติ )อายุ 30 ปี พยานสำคัญในคดีที่ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์  ค่อมสิงห์ อดีตทหารสังกัดกองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ จ.ขอนแก่น ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. สนธิกำลังร่วมตำรวจท่องเที่ยว, บช, สตม. และ บช.ภ.4  จับกุมตัวได้หลังตระเวนก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กและเยาวชนชาย ที่มีอายุระหว่าง 13-18 ปี  โดยที่เจ้าตัวรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวก่อนตัดสินในส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีการส่งเรื่องไปยังเพจของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ  หักพาล รรท.ผบช.สตม. จนนำมาสู่แนวทางการสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวได้ดังกล่าว

นายเอก (นามสมมุติ) กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เสียหายที่เป็นน้องในหมู่บ้าน ได้มาเล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟังเนื่องจากถูกข้าราชการทหารในพื้นที่นั้นข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “จักรกฤษณ์  ค่อมสิงห์” ทำการติดต่อเข้ามา จนกระทั่งมีการพูดคุยผ่านเฟซบุ๊ค และมีการส่งภาพในลักษณะลามกอนาจารให้กันและกัน และมีการนัดพบกันภายในเขต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเมื่อผู้เสียหายไปพบตามนัดก็พบว่าไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน ผู้ต้องหาจะทำการข่มขืนบนรถ โดยอ้างว่าหากไม่ยอมจะเผยแพร่ภาพลามกอนาจารที่มีอยู่ และในครั้งที่ 2 ผู้ต้องหาได้ติดต่อมาอีกครั้งโดยระบุว่าหากไม่มาพบและมีเพศสัมพันธ์ด้วยจะมีการเผยแพร่ภาพในโลกโซเชียลมีเดีย

นายเอก กล่าวต่อว่า จากการที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วนั้นไม่เชื่อว่าจะมีผู้เสียหายเพียง 75 ราย เพราะจากการหาข้อมูลในโลกโซเชียลมีเดียมีผู้ที่ถูกกระทำน่าจะมากกว่า 100 ราย แต่ไม่มีใครกล้าที่จะแสดงตัวและกล้าที่จะออกมาเปิดเผยตัวเอง แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนที่เป็นผู้ถูกกระทำจะต้องออกมาต่อสู้และให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ถึงที่สุด เพราะหากไม่ช่วยกันอาจจะมีเหยื่อที่ถูกข่มขืนกระทำชำเราหรือถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้อีกอย่างต่อเนื่องเพราะผู้ต้องหานั้นเลือกเหยื่อทั่วทั้งประเทศ

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close