กรมชลฯ พร้อมรับมือฝนตกหนัก หลังอุตุฯเตือน

กรมชลฯ พร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักอีกระลอก หลังอุตุฯประกาศเตือน 13-17 ก.ย.นี้

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์สภาวะอากาศว่า ในช่วงวันที่ 13 – 16 ก.ย. 61 ประเทศไทยบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ประกอบกับในช่วงวันที่ 15 – 17 ก.ย. 61 พายุไต้ฝุ่นมังคุด (MUNNGKHUT) จะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ และมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศจีน เกาะไหหลำ และประเทศเวียดนาม ตามลำดับ จะส่งผลกระทบให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ นั้น สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน(11 ก.ย. 61) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 57,591 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุฯ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำรวมกัน 16,994 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 68 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีก 7,877 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน(11 ก.ย. 61) ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มทรงตัว โดยที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านลดลงเหลือ 928 ลบ.ม./วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 5.90 เมตร ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งได้รับน้ำส่วนหนึ่งเข้าระบบชลประทาน ทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ในอัตรารวมกัน 448 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนพระยา เป็นการเพิ่มพื้นที่สำหรับรองรับปริมาณฝนที่จะตกในระยะต่อไป พร้อมกับควบคุมการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 671 ลบ.ม./วินาที สถานการณ์น้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในภาวะปกติ กรมชลประทาน ได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง พร้อมกับให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพของอ่างฯ และให้สอดคล้องกับสภาพฝนที่เกิดขึ้นจริง โดยอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลของพายุพาดผ่าน ยังมีพื้นที่ เพียงพอที่จะสามารถรองรับปริมาณฝนที่จะตกลงมาอีกในระยะต่อไป

Cr.ภาพจาก FB @เรารักชลประทาน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close