ศอร.แถลงปิดศูนย์ชี้13คนติดถ้ำสุดวิสัย

ผบ.ศอร. แถลงปิดศูนย์ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างเป็นทางการ - เสียใจ "หมอริชาร์ด" สูญเสียพ่อ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (11 ก.ค.) นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย หรือ (ศอร.) แถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ยืนยันว่าเราเปิดศูนย์ฯกู้ภัย ช่วยเหลือน้องๆ 13 คนออกมาแล้ว ซึ่งมันเป็น Mission Possible ทำให้ไทยได้ชื่อเสียงระดับโลกไปแล้ว ในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าอยู่ในสายพระเนตร พระกรรณของในหลวง ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานสิ่งของต่างๆ ที่ทางเราไม่สามารถหาได้ ความสำเร็จในครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้เพราะความสามัคคี ไม่ใช่เพราะแค่คนไทย ในประเทศ แต่รวมไปถึงต่างประเทศด้วย หลายภาษา หลายเชื้อชาติเพื่อให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือ ความร่วมมือ ความร่วมมือที่ดีมากๆ ทั้งความร่วมมือในเทคโนโลยี ความรู้ อุปกรณ์ ที่เอามาแลกเปลี่ยนกัน ใช้ในภารกิจเดียวกัน ถึงแม้เราปิดภารกิจได้ ด้วยการสืบค้น กู้ภัย ช่วยน้องๆ มาได้ ยังคงเหลือเรื่องของการส่งกลับ ซึ่งน้องๆ ตอนนี้ยังอยู่ที่ รพ. และยังเหลือในส่วนของกรมอุทยานฯ ที่ยังต้องดูแล ฟื้นฟูสภาพธรรมชาติกันต่อไป อุปกรณ์ที่นำมาใช้ นั้นก็ยังต้องนำมาแจกแจง และนำส่งคืนให้กับหน่วยงานต่างๆ ต่อไป

และบทเรียนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่บทเรียนในประเทศไทย แต่เป็นบทเรียนในโลกนี้ บทเรียนครั้งนี้มิใช่ภัยที่เกิดจากถ้ำธรรมดา แต่ครั้งแรกของโลก ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์กู้ภัยในถ้ำที่น้ำเต็มมาก่อนเลย เป็นความยากง่ายที่ผู้คนบอกว่าเป็นอะไรที่ยากมาก เป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เราจะถอดนำมาเป็นบทเรียน บางส่วนนำมาใช้สอนเด็ก ให้รู้ถึงอันตราย บางส่วนนำมาใช้ให้เป็นบทเรียนสำหรับหน่วยงานที่จะต้องเรียนรู้ บางส่วนก็จะเป็นบทเรียนที่เราได้เรียนดู เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องที่อยู่รอบ ๆ

เมื่อวานนี้เราพูดไปแล้ววีรบุรุษตัวจริงของเราคือ “จ่าแซม” ซึ่งผมถือว่า ท่านเป็นพระเอกตัวจริง ในวันนั้น ทุกคนเศร้าหมด ซึ่งเราได้นำเหตุการณ์นั้นมาเป็นพลังของพวกเรา ทำให้เรามุ่งมั่นและเราได้รับความมุ่งมั่นจากจ่าแซมด้วย ทำให้เราทำสำเร็จ

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องน่าเสียใจคือท่านนายกฯ ได้รับแจ้งยืนยันว่า บิดาของนายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส คุณหมอชาวออสเตรเลีย ที่สูญเสียบิดาในช่วงเวลาที่คุณหมอมาร่วมปฏิบัติการพาหมูป่ากลับบ้าน ร่วมกับเราที่ถ้ำนางนอนในครั้งนี้ในนามของ ศอร. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของบิดา ของนายแพทย์แฮร์ริส

 

ผบ.ซีล เผยทุกคนคือฮีโร่งานสำเร็จ

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวว่า ฮีโร่นั้นคือหลาย ๆ คน งานสำเร็จได้เพราะหลายหน่วยร่วมกัน สำหรับหน่วยซีล เราได้ฝึกมาสำหรับภารกิจแบบนี้อยู่แล้ว สโลแกนของ ทร. คือ ทร. จะไม่ทิ้งประชาชน เมื่อได้รับแจ้งให้ซีลทีมมาช่วยผู้ประสบภัย กองทัพเรือก็สั่งโดยทันที ชุดแรก เครื่องบินออกจากสัตหีบ เที่ยงคืน ถึงเชียงรายตีสอง ระลอกแรก 20 ท่าน เวลา 04.00 น. ก็ปฏิบัติการเลย ตอนนี้แรกเราไปได้ถึง จุดสามแยก ซึ่งกู้ภัยชุดแรกไม่สามารถทะลุไปยังจุดดังกล่าวได้ เนื่องจากทรายได้ไหลมาอุดช่องดังกล่าว ในขณะนั้นเมื่อเราทะลุช่องไปแล้ว ก็ได้ดำไปจนถึงพัทยาบีช ซึ่งเจอแต่รอยเท้า ไม่เจอน้องๆ ซึ่งวันนั้นสภาพในถ้ำนั้น เราไม่เคยเจอ มืดมาก ฝนตกหนักมาก ทำให้ต้องถอยร่นจากสามแยก ถอยมาเรื่อยๆ จนถึงโถงสาม ในช่วงนั้นได้รับรายงานมาเรื่อยๆ แต่ผมไม่ทราบว่า มันยากขนาดไหน เลยขออนุญาตบินมาเชียงราย จากหกโมงเย็น ผมเข้าถึงโถงสาม ก็พยายามสูบน้ำ สุดท้ายเราก็สู้น้ำไม่ได้ ต้องถอยร่นออกมา ก็ได้เห็นความยากลำบาก จึงได้ขอกำลังพลมาเป็นระลอกที่ 2-3 ด้วยสภาพน้ำ แต่ก็ยังสู้น้ำไม่ได้ ถอยมาจนถึงปากถ้ำ ตอนนั้นความหวังเหลือนิดเดียว ทำให้ห่วงว่าจะช่วยได้อย่างไร น้องๆ จะอยู่อย่างไร ช่วงนั้นความหวังเราเหลือนิดเดียวซึ่งในขณะนั้นก็มีหน่วยอื่นมาช่วยสูบน้ำออก เราสู้กับน้ำมา 2 วันซึ่งน้ำมันลดไป 1-2 ซม. เท่านั้น ซึ่งเราก็พยายามเข้าไปดู มุดน้ำเข้าไป ทำให้พบว่า โถง 3 ยังคงมี่ที่วางให้วางกองบก.ได้ แต่การเข้าไปไม่ง่าย ลุยน้ำ มุดน้ำเข้าไป

แต่เราจำเป็นต้องสู้ ไม่งั้นความหวังที่ช่วยก็ไม่มี สุดท้ายตัดสินใจว่า เราจะสู้กับน้ำ โดยเราต้องหาขวดอากาศมาเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกได้รับการบริจาคจากภาคเอกชน 200 ขวด ต้องขอบคุณด้วย ต่อมาได้รับพระราชทานมาอีก 200 ขวด พร้อมอุปกรณ์อื่นๆ อีก เราก็ตั้งใจว่า เราจะเป็นมนุษย์น้ำ วางขวดอากาศไปวางให้ได้ ใครดำไปก็เอาขวดอากาศไป 3 ขวด ขวดไหนหมด ก็เปลี่ยนกับขวดที่ติดไว้ก็โชคดีเรามีเพื่อนๆ นานาชาติมาช่วยเรามีนักดำน้ำจากต่างประเทศ ในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำจริง ๆ

ต่อจากนั้นเราก็มีแผนว่าจะทำยังไงจะหาน้อง ๆ เจอ เราก็วางแผนทีละ 200 เมตร แบ่งกันช่วยกันต่อระยะเข้าไป แต่สุดท้ายก็โชคดี เมื่อเราต่อระยะของไลน์ไปเรื่อยๆ ทำให้นักดำน้ำไปเจอน้องๆ เค้าในถ้ำ และได้ถ่ายภาพดังที่เราได้เห็นไปแล้ว เราดีใจนะครับ น้อง ๆ อยู่ได้อย่างไร นักดำน้ำบอกว่าน้องๆ วิ่งลงมาหาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษากันว่า น้องๆ ทำได้อย่างไร ซึ่งหลักจากที่เจอแล้ว เราได้ส่ง พันโทภาคย์ ที่เห็นซีลและเป็นหมอ เข้าไป ระลอกแรก เราส่งหมอภาคย์ และซีล เข้าไป 4 คนอยู่กับน้องๆ ต่อมาส่งไปอีก 3 คน หลังจากวันนั้น มันมีรายละเอียดเยอะ ขอไม่ลงแล้วกันไม่งั้นเป็นนิยายยาวเลย

สุดท้ายแล้วมี 4 คนอยู่กับน้องๆ เค้า ซึ่งก็ได้แถลงข่าวไปแล้วว่า น้องๆ อยู่ได้เป็นเดือน แค่ส่งน้ำ อาหารเข้าไป เพื่อรอการหาทางเข้าไปในทางอื่น แต่สุดท้ายมาเจอข้อจำกัด เนื่องจากอากาศน้อย ปริมาณออกซิเจนน้อยลง วันแรกที่ตรวจเจอว่า ออกซิเจนมันแค่ 15% ก็คิดล่ะเราก็กังวล ทีมงานก็พยายามเอาไปเติม อีกอย่างคือปริมาณน้ำฝน ตอนนี้เป็นหน้าฝนเราสู้กับธรรมชาติยากมาก จะทำอย่างไรถ้าน้ำเต็มร้อย% อากาศจะเป็นยังไง ถ้ำจะเจาะได้หรือไม่ เพราะมันหนา 500ม. ไม่นับที่เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ซึ่งทีมดำน้ำก็มาคุยกัน ก็ได้นักดำน้ำมือดีๆ ระดับโลก มาคุยกัน ซึ่ง ผบ. ก็ปลื้มใจมากที่ได้พูดคุยกับคนเก่งๆ ซึ่งก็ได้แผนอย่างที่เห็น และได้รับการอนุมัติจากท่านผบ.เหตุการณ์

สุดท้ายเราก็นำน้องๆออกมาครบ ทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้ง หน่วยซีลทั้ง 4 ชีวิตตามที่ได้เห็นกัน ภารกิจในครั้งนี้ถือว่ายากมากจริงๆ ทำให้เราต้องพัฒนาบุคคลากรของเราให้เก่งขึ้นไปอีก ให้รับกับภัยพิบัติในหลายๆรูปแบบซึ่งเราเจอกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่กี่วันก็ที่ใต้ ดังนั้น ทร. เราก็จะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะ กองทัพเรือเราไม่ทิ้งประชาชน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close