เดินหน้าเจาะผนังถ้ำช่วย13ชีวิต-เร่งสูบน้ำ

เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าเจาะผนังถ้ำหลวง ระบายน้ำได้แล้ว 1 ท่อ เร่งค้นหา 13 ชีวิตที่สูญหาย -ผู้ว่าฯเชียงราย รุดคุมงานเอง

ความคืบหน้าการค้นหานักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทีม “หมูป่า” ที่สูญหายไปในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งทำการระบายน้ำออกจากถ้ำ ทั้งการสูบน้ำ (อ่านข่าว : เริ่มแล้ว!เจาะผนังถ้ำเร่งระบายน้ำช่วย13ชีวิต)

ขณะที่ด้านนอก มีการใช้เครื่องเจาะผนังถ้ำใต้ดินได้แล้ว 1 ท่อ ก็มีการสูบน้ำระบายออกมา เพื่อให้ระดับน้ำภายในถ้ำลดระดับลง ส่วนรถเจาะอีก 2 คัน จาก จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่ ถึงที่หมาย วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แล้ว เพื่อที่จะรับภารกิจการเจาะผนังถ้ำทำรูระบายน้ำออกเพิ่มต่อในช่วงเช้าวันนี้ (อ่านข่าว : จุดสุดท้าย!“หน่วยซีล”มุดถ้ำไปต่อไม่ได้)

โดยขณะนี้ พบว่าสภาพอากาศดี เมื่อคืนมีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ไม่หนักมากเหมือนคืนก่อน ซึ่งเครื่องเจาะผนังถ้ำ สามารถเจาะหลุมแรกได้สำเร็จ น้ำทะลักจากโพรงถ้ำแล้ว ต่อเข้าเครื่องสูบน้ำ ดูดน้ำไหลออกมาได้แรงมาก และมีรถเจาะอีก 2 คัน มาช่วยเจาะหลุมเพิ่มอีก ดำเนินการเจาะหลุมที่ 2-3

ขณะที่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้นำรถเจาะน้ำบาดาล เจาะโพรงน้ำใต้ดินด้านหน้าถ้ำ เพื่อทำให้มีรูระบายน้ำออกมาจากภายในถ้ำเจาะครั้งแรก ในแนว 45 องศา ท่อเหล็กกว้าง 6 นิ้ว ท่อยาว 6 เมตร ใส่ไป 7 ท่อ เจาะลึกประมาณ 42 เมตร ไม่สำเร็จ เครื่องสูบน้ำไม่ดูดน้ำออกมา และขยับที่เจาะใหม่ต่อ ครั้งที่ 2 ในแนว 90 องศา

อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดทั้งคืน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มากำกับดูแลการทำงาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย

ขณะที่ บรรยากาศบริเวณทางเข้าถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน เช้านี้ไม่มีฝนตก ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ซึ่งตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงปฏิบัติการค้นหาเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ 13 คน อย่างต่อเนื่อง

 

ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสูบน้ำระบายออกจากถ้ำหลวงอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา มีบริษัทเอกชน นำเครื่องสูบน้ำ แรงดันสูง มามอบให้เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำจากตัวถ้ำ โดยพบว่าเช้าวันนี้มีปริมาณน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม ประมาน 10 ซม. แม้จะไม่มีฝนตกลงมา แต่เป็นน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไหลลงมาเติม

ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นทำให้ปฏิบัติการค้นหาของหน่วยซีลต้องยุติการค้นหาชั่วคราวเมื่อช่วงเวลาประมาน 02.00 น. และเช้าวันนี้ จะมีการตรวจสอบระดับน้ำก่อนจะวางแผนเริ่มปฏิบัติการดำน้ำค้นหาอีกครั้ง ซึ่งเช้านี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้เตรียมถังอากาศและอุปกรณ์เครื่องมือคอยสแตนบายสลับสับเปลี่ยนให้เจ้าหน้าเข้าปฏิบัติการค้นหาเช้านี้

 

 

ส่วนการเจาะถ้ำเพื่อระบายน้ำนั้น เมื่อคืนต้องยุติการดำเนินการช่วงเวลา 01.00 น. เนื่องจากเจาะลงไปแล้วหน้าดินไสด์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการเจาะถ้ำใหม่ ใช้วิธีแนวดิ่ง โดยทางนายสุทิน ไชยชมภู นายกสมาคมน้ำบาดาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่จะเริ่มลงมือปฏิบัติการประมาณ 08.00 น. โดยจะเจาะลงไปที่ผนังถ้ำลักษณะแนวดิ่ง ใช้แท่งเจาะขนาด 6-8 นิ้ว เจาะลงไปเปิดทางและจะนำตีท่อเหล็ก ลงไปภายใน ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลา 3 – 4 ชม. ในการเจาะผนังถ้ำ และหากไม่มีปัญหาในการเจาะครั้งนี้คาดการณ์ว่า จะสามารถดูดน้ำออกจากห้องโถงของถ้ำได้ในช่วงเย็นวันนี้

สำหรับการระบายน้ำนี้ในถ้ำเจ้าหน้าที่ยังคงทำการระบายต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาปฏิบัติการระบายน้ำออกจากถ้ำประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ส่งผลให้การเข้าค้นหาเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทั้ง 13 คน สะดวกมากขึ้น และในเวลาประมาน 08.00 น. วันนี้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึงที่ถ้ำหลวงแห่งนี้ เพื่อ เข้าเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และให้กำลังใจครอบครัวของเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 คนด้วย  (อ่านข่าว : นายกฯห่วง13ชีวิตติดถ้ำหลวงลงพื้นที่29-30มิ.ย.)

 

ขณะที่ นายธเนศ วีระศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานฯ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมกำลังทุกฝ่ายในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันแผนการในการช่วยเหลือว่าจะเดินหน้าคู่ขนานพร้อมทั้ง 3 แผน คือ การสูบน้ำระบายออกจากถ้ำเพื่อให้ระดับน้ำลดลง หน่วยซีลจึงจะสามารถดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือได้ การเดินเท้าค้นหาโพรงหรือปล่องเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้โรยตัวลงไปภายในถ้ำและการเจาะถ้ำ ซึ่งการเจาะถ้ำนั้น หลังการตรวจสอบสภาพของของหิน ความแข็งแรงและระดับน้ำภายในถ้ำ ทางผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าสามารถเจาะได้อย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้ สำหรับการเจาะผนังถ้ำนั้น จะต้องติดตั้งเครื่องเจาะในพื้นราบ โดยเริ่มเจาะจากผนังด้านนอกเข้าไปภายในถ้ำ โดยรูที่เจาะนั้นจะมีขนาด 6 นิ้ว 15 เซนติเมตร หากตรวจสอบแล้วพบว่าสามารถขยายรูให้มีขนาดกว้างพอที่เจ้าหน้าที่จะโรยตัวลงไปได้ก็จะสามารถช่วยเหลือเด็กที่ติดออกมาได้ง่ายมากขึ้น เพราะบริเวณที่เจาะนั้นใกล้กับหาดพัทยาบีชมาก เนื่องจากคาดการณ์ว่าทั้ง 13 คน ติดอยู่ในบริเวณจุดนี้ อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะช่วยเหลือเด็กและโค้ชทั้ง 13 คน ออกมาให้เร็วที่สุด

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close