วันที่5!จนท.ยังเดินหน้าหา13ชีวิต-ลุยดูโพรงเหนือถ้ำ

เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าค้นหา 13 ชีวิตในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ตลอดคืน พร้อมเร่งเดินสายไฟ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออก

สถานการณ์ภาพรวม ของปฏิบัติการณ์ ค้นหานักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่า 13 คน ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือ หน่วยซีล ยังคงสับเปลี่ยนกันทำการค้นหาผู้สูญหาย ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย (อ่านข่าว : FBหน่วยซีลเผยปฏิบัติการช่วย13ชีวิตตลอดคืน)

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ขนาดใหญ่ 5 เครื่อง เพื่อนำมาช่วยสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง โดยเครื่องบิน กองทัพอากาศ ขนย้ายเครื่องสูบน้ำออกเดินทาง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (อ่านข่าว : โชเชียลให้กำลังใจทีมค้นหาช่วย13ชีวิตออกจากถ้ำ)

ขณะที่สภาพอากาศ ในพื้นที่อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย เมื่อคืนนี้ มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน มีฝนตกลงมาต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้นการเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ จึงถือเป็นภารกิจเร่งด่วน ที่ต้องทำให้ได้มากที่สุด

ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารและทีมอาสากู้ภัยได้ช่วยกัน เดินสายไฟเข้าไปแล้วกว่า 3 กม. ซึ่งขณะนี้ มีสายไฟพร้อมที่จะลากเข้าไปจำนวน 6 กม. เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ที่เตรียมจะติดตั้งให้มากกว่า 10 เครื่อง

ทั้งนี้ อาจต้องมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคำนวน มวลน้ำที่ไหลเข้าถ้ำ กับมวลน้ำที่ระบายออกด้วย เพราะต้องการให้มีการผันน้ำออก มากกว่าปริมาณน้ำเข้าอย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีทหารเอาแบ็คโฮ เข้าพื้นที่ เพื่อเคลียร์ทางน้ำไหล ซึ่งตลอดการค้นหาเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ยังไม่พบผู้สูญหาย (อ่านข่าว : ผบ.นสร.เสริมทีมซีลมั่นใจจะพบเด็กๆเร็วนี้)

ด้านนายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ถึงปฏิบัติค้นหาช่วยเหลือ 13 นักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งจะเข้าสู่วันที่ 5 ว่า จากการศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยา ภาพถ่ายทางอากาศ และข้อมูลนักสำรวจชาวต่างชาติที่เคยสำรวจถ้ำดังกล่าว ยืนยันพบโพรง 2 จุด คือ บริเวณปลายถ้ำทางใต้ซึ่งมีลักษณะเป็นแนวระนาบแต่จุดนี้ทีมสำรวจเข้าไปได้ประมาณ 5 เมตรปรากฏว่าตัน และอีกจุดที่ยังมีความหวังคือปล่องที่พบบริเวณหลังคาถ้ำ อาจจะทะลุไปถึงด้านในถ้ำ เนื่องจากในแผนที่พบมีเส้นรอยต่อเชื่อมถึงกัน แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะสามารถทะลุไปถึงหรือไม่ เนื่องจากการสำรวจนานแล้ว ลักษณะภูมิประเทศอาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในวันนี้ (27 มิ.ย.) ซึ่งทีมสำรวจทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าทีจากกรมทรัพยากรธรณีที่อยู่ในพื้นที่จะเข้าไปอีกครั้ง (อ่านข่าว:พบปล่องถ้ำจุดหน้าผาจ่อใช้ฮ.บินโรยตัวช่วย13ชีวิต  (ตชด.-กู้ภัยจัดชุดเดินเท้าดูโพรงผาหมี)

อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ยอมรับว่า อุปสรรคและปัญหาที่สำรวจในการเข้าไปบริเวณจุดดังกล่าว คงเป็นความมืด ซึ่งอาจส่งผลต่อการหาทิศทาง ลักษณะของพื้นผิวในจุดดังกล่าวที่อาจมีทั้งพื้นราบ มีความลื่น สูง ต่ำ มีโคลน มีหิน ซึ่งต้องมีการเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเข้าพื้นที่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าทุกหน่วยงานจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยสำเร็จลุล่วง

ขณะที่  นายนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเร่งสูบน้ำเพื่อลดระดับน้ำภายในถ้ำให้อยู่ในระดับที่สามารถเดินได้ เนื่องจากหากพบผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน จะสะดวกต่อการออกมา โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำไว้มากพอสมควร และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็เร่งสูบน้ำต่อเนื่อง ขณะทีมเจ้าหน้าที่ที่ 12 ชุด เดินเท้าเข้าไปสำรวจจุดที่เป็นปล่องหรือโพรงถ้ำได้จุดชุดเข้าพื้นที่ไปแล้ว โดยได้มีการนำอาหาร และน้ำดื่มเข้าไป เพื่อปฏิบัติการดังกล่าวในป่าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ และหากพบจุดหรือพิกัดดังกล่าว จะส่งสัญญาณให้ทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการโรยตัวจะนำ ฮ. บินเข้าไปในจุดดังกล่าวซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมพร้อม ฮ. ที่มีสภาพแข็งแกร่งทนกับสภาพลมพัดแรงมาพร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว (อ่านข่าว : พบปล่องถ้ำบนหน้าผาจ่อใช้ฮ.บินดูโรยตัวหา13ชีวิต)

ผู้ว่าฯเชียงราย กล่าวว่าในกรณี พบผู้ประสบภัย ซึ่งเชื่อว่าจะอยู่ในสภาพที่อิดโรยมาก เนื่องจากติดอยู่นานกว่า 70 ชั่วโมง หากยังไม่สามารถช่วยออกมาได้ จะจัดส่งอาหารน้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์จำเป็นและเจ้าหน้าที่เข้าไปอยู่กับน้องก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าการออกมาจะต้องปลอดภัย ไม่เสี่ยงอันตรายพร้อมระบุในวันนี้เจ้าหน้าที่จะเริ่มปฏิบัติการตามแผนตั้งแต่เช้า และจะมีการประชุมประเมินและติดตามสถานการณ์อีกครั้งในเวลา 09.00 น. (อ่านข่าว : พบทางเข้าถ้ำใหม่ส่งทีมดู-ระดมสูบน้ำออกช่วย13ชีวิต)

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close