“จุรินทร์” ยกระดับราคาปลากะพง

“จุรินทร์” ยกระดับราคาปลากะพง สอนมวยอธิบดีกรมการค้าภายในประเด็นกดราคาหมู คุมกลไกตลาดต้องทำให้เกษตรกรรวย ยกระดับเพดานราคา เพราะผู้บริโภคมีทางเลือก แต่เกษตรกรมีอาชีพเดียว

เมื่อหมูทั่วโลกขาดแคลน ราคาหมูจะสูงขึ้นอัตโนมัติ ตามหลักการตลาด โจทย์ที่กรมการค้าภายในควรคิดเป็นอันดับแรกคือการเพิ่มซัพพลาย โดยให้คนมาเลี้ยงหมูมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น หลังจากเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูขาดทุนมาหลายปี และ ยังมีต้นทุนสูงขึ้นจากการเพิ่มขั้นตอนป้องกันโรคระบาด ASF ในสุกร ในปัจจุบัน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ชี้ให้เห็นว่า โรคระบาด ASF ในสุกร กระทบอุตสาหกรรมหมูทั้งภูมิภาค ส่งผลราคาพุ่ง เหตุหลายประเทศขาดแคลนหนัก ขณะที่จีนนำเข้าหมูเดือนเมษายนที่ผ่านมาสูงถึง 170% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนเวียดนามมียอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 300% ส่งผลให้ราคาหน้าฟาร์มสูงสุดรอบ 20 ปี โดยย้ำว่าประเทศไทยคงสถานะปลอดโรค แต่กรมการค้าภายในกลับคุมราคาให้ต่ำสุดในภูมิภาคที่ราคา 80 บาท เท่านั้น ทั้งนี้ ต้องชื่นชมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีความเข้าใจหลักการตลาด และ แสดงตัวอย่างให้เห็นในการสร้างแบรนด์และทำให้สินค้าเกษตรราคาสูงขึ้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เช่น แพงที่สุดในโลก ประมูลปลากะพง 3 น้ำ ราคาครึ่งแสน การจัดประมูลปลากะพง 3 น้ำ ซึ่งมีเฉพาะใน จ.สงขลา และว่ากันว่ามีรสชาติที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงในทะเลสาบสงขลา ซึ่งมี 3 น้ำทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็มผสมกันและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ จ.สงขลาเท่านั้น โดยปลากะพงที่นำมาประมูลเป็นปลากะพงขนาดใหญ่ที่สุดในงานมีน้ำหนัก7.35 กิโลกรัม เริ่มต้นจากราคา 500 บาท และมีผู้เสนอราคาสูงขึ้นต่อเนื่องป็นหลักพันและหลักหมื่น จนถึงคนสุดท้าย คือนายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ หรือเฮียเพ้ง นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ได้ยกมือเสนอราคาประมูลสูงสุดอยู่ที่ 50,900 บาท

น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากการระบาดของโรค ASF ในสุกรตลอดปี 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลต่อปริมาณสุกรในตลาดโลกลดลงเป็นอย่างมาก ทำให้ระดับราคาสุกรมีชีวิตและเนื้อสุกรสูงเป็นประวัติการณ์ สำหรับภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคสุกรรายใหญ่ของโลก ซึ่งปกติมีผลผลิตสุกรประมาณ 500 ล้านตัวต่อปี แต่ด้วยภาวะโรคที่ระบาดอย่างรุนแรงทำให้ปริมาณสุกรหายไปถึง 300 ล้านตัวในปีที่ผ่านมา เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มจึงพุ่งสูงขึ้น ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 120-136 บาทต่อกิโลกรัม และทางการจีนแก้ปัญหาการขาดเนื้อสุกรด้วยการนำเข้าเพิ่มขื้นอย่างต่อเนื่อง ในเดือนเมษายนมีการนำเข้าเนื้อสุกรมากถึง 400,000 ตัน ทำสถิตินำเข้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นมากถึง 170% จากช่วงเดียวกันของปี 2562ขณะที่ประเทศเวียดนาม ปริมาณสุกรทั้งประเทศลดลงไปกว่า 25% ทำให้มีเนื้อสุกรไม่เพียงพอกับการบริโภคของชาวเวียดนาม ที่มีการบริโภคเนื้อสุกรคิดเป็นสัดส่วนกว่า 3 ใน 4 ของการบริโภคเนื้อสัตว์ทั้งหมด ส่งผลให้ราคาสุกรหน้าฟาร์มของเวียดนาม ปรับเพิ่มขึ้นถึง 115-120 บาทต่อกิโลกรัม เป็นระดับราคาสูงสุดในรอบ 20 ปี โดยเวียดนามได้นำเข้าเนื้อหมูเพิ่มขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน เฉพาะช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 นี้ มีการนำเข้าแล้วเกือบ 70% ของปริมาณทั้งหมดของปี 2562 ส่วนกัมพูชา ราคาหมูหน้าฟาร์มเฉลี่ยในปัจจุบันเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 96 บาทต่อกิโลกรัม

ข่าวน่าสนใจ

Close