ซีอีโอเครือซีพีผนึกกำลังประชาคมโลก เวที UNFCCC

ซีอีโอเครือซีพี “ศุภชัย เจียรวนนท์”ผนึกกำลังประชาคมโลกภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติUNFCCC ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมประกาศเจตนารมณ์ “Race to Zero” หรือ “ปฏิบัติการแข่งขันเพื่อคาร์บอนเป็นศูนย์”พาองค์กรธุรกิจก้าวสู่ยุค “เศรษฐกิจปลอดคาร์บอน”ในงานประชุมClimate Week NYC ของสหประชาชาติตั้งเป้าหมายสุดท้าทายนำเครือซีพีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี2030พร้อมชูวิสัยทัศน์ใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมขั้นสูงในกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้านไมโครซอฟต์ประกาศนำองค์กรสู่การเป็นCarbon Negative และWater Positive ภายในปี2030ส่วนลาฟาร์จโฮลซิมเน้นการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยคาร์บอนขณะที่ลอรีอัลจะพัฒนาสินค้าที่สร้างผลบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขายไปทั่วโลก

เว็บไซต์ UNFCCC  หรือกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เผยแพร่บทความ “Commitments to Net Zero Double in Less Than a Year” ในสัปดาห์Climate Week NYC ระหว่างวันที่21 – 27ก.ย. 2563ซึ่งจัดโดยสหประชาชาติเพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโลกร้อนโดยระบุว่ารัฐบาลท้องถิ่นและองค์กรธุรกิจต่างๆจากทั่วโลกมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์เพิ่มมากขึ้นโดยปัจจุบันมีพันธมิตรร่วมในปฏิบัติการนี้ครอบคลุมถึง22ภูมิภาคทั่วโลก452เมืององค์กรธุรกิจ1,101แห่งมหาวิทยาลัยกว่า549แห่งและนักลงทุนรายใหญ่45รายและล่าสุดมีผู้เข้าร่วมปฏิบัติการนี้เพิ่มเติมคือรัฐนิวเซาท์เวลส์ประเทศออสเตรเลียแบรมเบิลส์ (Brambles) ธุรกิจโลจิสติกส์ระดับโลกเฟสบุ๊กสื่อโซเชียลมีเดียรายใหญ่ที่สุดในโลกฟอร์ดผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกลาฟาร์จโฮลซิมบริษัทจำหน่ายวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของโลกรวมไปถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นกลุ่มบรรษัทแห่งเอเชียและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารภาคการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งนี้UNFCCC ระบุว่าบริษัทเหล่านี้ยังได้เข้าร่วมปฏิบัติการแข่งขันเพื่อคาร์บอนเป็นศูนย์ (Race to Zero) ผ่านโครงการBusiness Ambition for 1.5 °C โดยกำหนดเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ให้สอดคล้องกับการจำกัดภาวะโลกร้อนที่1.5 °C อีกด้วย

รายงานข่าวบนเว็บไซต์ของUNFCCC ระบุด้วยว่านายศุภชัยเจียรวนนท์ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้กล่าวว่าในฐานะกลุ่มบรรษัทผู้นำของเอเชียที่มีธุรกิจหลักด้านอาหารและการเกษตรเครือซีพีมีบทบาทในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคการเกษตรและส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้นทั้งนี้เครือซีพีมีความมุ่งมั่นและมีเป้าหมายในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปีพ.ศ. 2573โดยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและสร้างสรรค์นวัตกรรมรวมถึงการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรและนักลงทุนทั้งหลายของเราจากหลากหลายธุรกิจในเครือทั่วโลก

นอกจากนี้ซีอีโอเครือซีพียังได้สนทนาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กับนายไนเจลท้อปปิ้ง (Nigel Topping)  High-Level Climate Champions for Climate Action COP26ในประเด็นที่ท้าทายคือการใช้พลังของเครือซีพีช่วยขับเคลื่อนภาคเกษตรลดโลกร้อนปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์โดยซีอีโอเครือซีพีกล่าวว่าเราจำเป็นต้องช่วยให้ภาคการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์รวมทั้งต้องปรับใช้แนวทางการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ที่มีประสิทธิภาพและเร่งนำมาตรการประหยัดพลังงานมาใช้ขณะที่การลดขยะอาหารจะต้องได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งผู้บริโภคและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานอีกทั้งการสร้างความตระหนักรู้ผ่านระบบการศึกษาความเป็นผู้นำทั้งในและนอกองค์กรของเราเองและการทำงานร่วมกันจะช่วยทำให้สิ่งนี้เป็นจริง

ซีอีโอซีพีกล่าวต่อไปว่าโอกาสที่ภาคธุรกิจจะสามารถปรับตัวไปสู่การเป็นองค์กรที่ดำเนินเศรษฐกิจด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ได้นั้นจะต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตจะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในระบบจะทำให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทานรวมทั้งต้องนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับเกษตรกรซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของเครือซีพีดังนั้นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ถึงระดับเป็นศูนย์ควรเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความสามารถของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุกบริษัทเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ขยายผลได้

“ผมได้รับแรงบันดาลใจจากความจริงที่ว่าภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมันกำลังเกิดขึ้นจริงและเราเห็นแล้วว่าระบบนิเวศของโลกที่เราต้องพึ่งพิงเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นมีความเปราะบางมากเราเห็นถึงผลกระทบอย่างชัดเจนต่อภาคเกษตรการท่องเที่ยวและสุขภาพของมนุษย์ทั้งในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคนี้ฉะนั้นเครือซีพีซึ่งกำลังจะครบรอบ100ปีในปีหน้าจึงมีนวัตกรรมเป็นส่วนสำคัญในดำเนินธุรกิจของเรามาโดยตลอดเราได้สร้างระบบปฏิบัติการดิจิทัลของเราเองเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจอย่างก้าวกระโดดทั้งด้านความยั่งยืนและการสร้างมูลค่าทางธุรกิจตลอดทำให้การจัดการห่วงโซ่อุปทานของเรามีความโปร่งใสและเป็นระบบมากขึ้นและผมมั่นใจว่าเครือซีพีมีศักยภาพทักษะและที่สำคัญที่สุดคือมีmindset ที่จะแสดงความเป็นผู้นำและไปสู่เป้าหมายได้ในที่สุด”ซีอีโอซีพีกล่าว

ขณะที่มุมมองของซีอีโอชั้นนำของโลกคนอื่นๆที่ได้ร่วมในงานประกาศเจตนารมณ์นี้ต่างเห็นสอดคล้องรวมกันอาทินายแบรดสมิธกรรมการผู้จัดการของไมโครซอฟท์คอร์ปอเรชั่นกล่าวว่าเราได้เห็นข้อมูลที่ชัดเจนและเชื่อมโยงถึงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพและความเหลื่อมล้ำสิ่งเหล่านี้ผลักดันให้องค์กรต้องตั้งเป้าหมายที่ท้าทายโดยไมโครซอฟท์จะเป็นองค์กรCarbon Negative และWater Positive ภายในปี2030คือจะต้องดูดซับคาร์บอนมากกว่าที่ปล่อยออกไปและสร้างน้ำสะอาดคืนสู่ธรรมชาติให้มากกว่าที่ใช้ไปด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆตลอดจนร่วมกับพันธมิตรในการฟื้นฟูป่าไม้และพื้นที่ชุ่มน้ำเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นเช่นการซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากบริษัทที่ส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเชื้อชาติรวมทั้งต้องร่วมมือกันในภาคธุรกิจและองค์กรประชาสังคมภาครัฐเพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆและเดินหน้าไปด้วยกันสู่อนาคตของพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจที่เป็นธรรมทั้งนี้โลกจะจัดการกับปัญหาก๊าซเรือนกระจกได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลของทุกประเทศร่วมมือกันทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและคำนึงถึงผลกระทบต่อทุกฝ่าย

ขณะที่นายแจนเจ็นนิสช์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลาฟาร์จโฮลซิมกล่าวว่าในขณะที่ประเทศต่างๆมุ่งหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิดการลงทุนก่อสร้างโครงการต่างๆเป็นทางเลือกที่ดีโดยเฉพาะการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคแต่ต้องตระหนักถึงการพัฒนาการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยคาร์บอนและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเช่นนวัตกรรมการใช้เศษวัสดุกลับมาใช้ในการก่อสร้างใหม่

ด้านนายฌอง-ปอลล์เอกอนซีอีโอL’Oreal (ลอรีอัล) กล่าวว่าในฐานะบริษัทอันดับหนึ่งของโลกด้านความงามเรามีหน้าที่ที่จะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างด้านความยั่งยืนด้วยเพราะความงดงามของโลกมีความสำคัญต่อเราโดยลอรีอัลได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ปี2013จนถึงปี2020ได้ถึง80%และจะไม่หยุดแค่นี้เพราะเราได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์การกระจายสินค้าเพื่อให้สินค้าของบริษัทกว่า7พันล้านชิ้นที่ขายไปทั่วโลกสร้างผลบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ข่าวน่าสนใจ

Close