“ยิ่งชีพ”หวังร่างแก้กฎหมายประชาชนไม่ถูกตีตก

"ยิ่งชีพ" ชี้การคงอยู่ของ รธน. เป็นเพียงเกมในสภาที่จะยื้อกันไป ยังหวังร่างแก้กฎหมายประชาชนไม่ถูกตีตก ลั่นรู้สึกผิดหวัง ส.ว.กลุ่มอาชีพเป็นหุ่น คสช. ย้ำร่างแก้รธน.ของประชาชนที่ลงชื่อกว่า 1 แสนคน ทุกคนเป็นเจ้าของเท่าๆกัน

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ( iLaw) กล่าวในการเสวนาพรรคการเมืองกับการแก้รัฐธรรมนูญ ว่า ร่างกฎหมายของภาคประชาชนยังไม่ตกไป แต่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งอำนาจอยู่ที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะมีความเห็นเป็นอย่างไร ถ้าหากเห็นว่ารัฐธรรมนูญควรแก้ไข และประชาชนได้เสนอมาแล้ว ก็สามารถเปิดสมัยการประชุมวิสามัญได้ทันที พร้อมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถือเป็นบทบาทหลัก

การคงอยู่ของรัฐธรรมนูญ ไม่มีความหลงเหลือแล้ว เหลือเพียงเกมในสภาที่จะยื้อกันไปเท่านั้น โดยเห็นได้จากการประชุมอภิปรายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องรอหน้าที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่รัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นกลไกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือฉบับก่อน ที่ประชาชนก็มีบทบาท ในการเสนอหรือหากต้องทำประชามติประชาชนก็ต้องเป็นผู้ลงประชามติ ที่สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นกลไกรัฐสภา ที่จะมีบทบาทในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ในการลงมติที่ประชุมรัฐสภาครั้งที่ผ่านมาบอกอะไรได้หลายอย่าง เช่น พรรคประชาธิปัตย์ โบสถ์ตรงข้ามกับพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคเก่าแก่อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา และพรรคพลังท้องถิ่นไทย ก็ยังโหวตงดออกเสียง ส่วนพรรคที่โหวตเห็นด้วยกับพรรคพลังประชารัฐก็คือพรรคภูมิใจไทย ที่ตอนหลังก็ได้มีการออกมาแถลงขอโทษ ที่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้มีโอกาส สำหรับการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งหน้า ที่จะปล่อยให้พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว.โดดเดี่ยว พร้อมได้ชื่นชมแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ซึ่งเป็น ส.ว. จากการแต่งตั้ง ที่กล้าโหวตในสิ่งที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้นายยิ่งชีพ ยังกล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับ ส.ว.กลุ่มอาชีพ ที่เป็นหุ่นของรัฐบาล 100% ที่ตาม คสช. ตลอด ตั้งแต่แรกจนถึงวาระสุดท้าย ที่ก็หวังว่าจะไม่ทำเช่นนี้ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และยังระบุว่า มติการโหวตแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นมติที่เสียงแตกที่สุดเท่าที่รัฐสภานี้จะเป็นไปได้ ส่วนข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง และย้ำว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนที่ลงชื่อเห็นด้วยกว่า 1 แสนคน เรามีความเป็นเจ้าของและอัตราส่วนเท่าๆกัน หากมีการเข้าสภาแล้ว ที่มีความตั้งใจหรือจงใจที่จะเตะถ่วงเพื่อให้ร่างของประชาชนไม่ถูกพิจารณาหรือตกไปอย่างไม่เป็นธรรม และเห็นว่าต้องการเสนอเพื่อหาทางออกของปัญหาทางการเมืองในปัจจุบัน ด้วยกลไกของรัฐสภา ตามระบอบ ระบบและกฎหมายที่มีอยู่ แล้วเขาไม่รับข้อเสนอนี้ก็แปลว่าเราแก้ปัญหาภายในระบบไม่ได้ ที่เหลือก็เป็นทางเลือกของประชาชนว่าจะเลือกวิธีการแก้ไขอย่างไร

ข่าวน่าสนใจ

Close