“พิธา”ขอทุกฝ่ายอยู่ฝั่งเดียวกับปชช.หนุนแก้รธน.จริงจัง

"พิธา" ขอทุกฝ่ายอยู่ฝั่งเดียวกับประชาชน หนุนแก้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง หยุดกอดอำนาจไว้แล้วปล่อยประเทศไปสู่อนาคต

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายในวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ญัตติ ว่า การอภิปรายครั้งนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อความล้มเหลวของระบอบประยุทธ์ หรือวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุด กระแสโลก Dosruption จนเราอาจไม่มีที่ยืนหากก้าวไม่ทันในอนาคต ดังนั้นการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงส่งผลต่ออนาคตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะถ้าการเมืองยังเหมือนเดิมจะขวางการพัฒนา สาเหตุที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ใช่แค่เป็นกลไกการสืบทอดอำนาจของ คสช. แต่ยังเป็นการฝืนธรรมชาติย้อนยุคประเทศไทยให้ล้าหลัง รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่ให้อำนาจ ส.ว. จากการแต่งตั้งคือ รัฐธรรมนูญ ปี 2521 โดยมี พล.อ.เกรียศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากคณะรัฐประหาร ผ่านมาแล้ว 40 ปี ตนเองอายุ 40 ปี เกิดปี 2523 ในยุคประชาธิปไตยครึ่ง หลัง 6 ตุลามีการประกาศแผนพัฒนาประชาธิปไตย 12 ปี แต่สุดท้ายเกิดรัฐประหารซ้ำและประกาศรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 2521 โดยให้ ส.ว. มีอำนาจโหวตนายกรัฐมนตรีใน 4 ปีแรกและเปิดทางให้มีนายกฯ คนนอก พอถึงปีที่ตนเกิด ส.ว. ก็สนับสนุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกแทน ผ่านมา 40 ปีลูกสาวเกิดในคณะรัฐประหาร 2557 มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ยังมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มี ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งสามารถโหวตนายกรัฐมนตรีคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง ปี 2562 ก็โหวต พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือความเหมือนของรัฐธรรมนูญปี 2521 กับ 2560 ใช้วิธีการเดิม แต่เพิ่มเติมนวัตกรรมการผูกขาดอำนาจ ใช้องค์กรอิสระที่ไม่อิสระทำลายศัตรูทางการเมืองเพื่อผูกขาดอำนาจ ทั้งที่เป็นองค์กรเหล่านี้ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบอำนาจ 40 ปี ผ่านมาจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ประเทศไทยยังไม่ไปไหน วนเวียนเหมือนม้าหมุน แค่เปลี่ยนจากประชาธิปไตยครึ่งเดียวในรุ่นพ่อกลายเป็นประชาธิปไตยสลึงเดียวในรุ่นลูก

ดังนั้น จึงไม่สามารถที่จะปล่อยโอกาสที่จะพาประเทศออกจากหลุมดำทางการเมือง ตนขอวิงวอนสมาชิกทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ช่วยกันถอนฟืนออกจากกองไฟโดยโอบอุ้มความฝันของคนทุกคนกลุ่มทุกประเทศ ดังนั้นผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากตัวแทนที่หลากหลาย มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ ส.ส.ร. เป็นกลไกการสืบทอดอำนาจของการสืบทอดอำนาจอีกที รัฐธรรมนูญควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นการห้ามแก้ไขหมวด 1 และ 2 จะไม่ช่วยให้ข้อเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริงได้ถูกพูดถึงด้วยเหตุผลอย่างมีวุฒิภาวะเพื่อให้สถาบันอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างสถาพร ตอนนี้เป็นโอกาสที่รัฐสภาต้องกลับมาสร้างความเชื่อมั่นและหาทางออกจากความขัดแย้งและสร้างอนาคตให้ประชาชน ไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญแบบขอไปทีหรือให้ผู้มีอำนาจอยู่ ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งจะยังทอดยาวออกไป ไม่เช่นนั้นประเทศจะถึงทางตัน อนาคตอาจจบด้วยการประทะกันอย่างรุนแรง และคงไม่มีใครอยากเห็นอีกแล้ว เราหลีกเลี่ยงได้ ตนขอให้ทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกับประชาชน หยุดฟังคำสั่งของระบอบประยุทธ์ หยุดกอดอำนาจไว้แล้วปล่อยประเทศไปสู่อนาคต

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close