นายกฯขอร้องม็อบเด็ก อย่าผิดกฎหมาย

นายกฯขอร้องม็อบเด็ก อย่าผิดกฏหมาย ให้มีจิตสำนึก อย่าให้ประเทศเสียหาย เตือนระวังรุนแรง บานปลาย ย้ำไม่ขัดแย้งกับใคร ขอคำนึงถึงทุกคน-ต้องเริ่มแกไขตัวเองก่อน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย นี้ที่จะมีการเคลื่อน ขบวนมาทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันที่ 20 ก.ย. ว่า ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ติดตามดูแลในภาพรวม ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องทำตามหน้าที่ ซึ่งตนเองได้เน้นย้ำ ว่าให้ปฏิบัติด้วยความนุ่มนวล เพราะทุกคนล้วนเป็น เด็ก เยาวชน ลูกหลาน พร้อมขอร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าให้ระมัดระวังในการทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ราชการ  ซึ่งมีกติกากฎหมายอยู่แล้ว บางอย่างจึงไม่ควรปฏิบัติให้เกิดปัญหาระหว่างกัน ขณะเดียวกัน อาจจะมีบุคคลหลายฝ่าย ที่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น และนำไปสู่ความบานปลาย ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องทำไม่ให้เกิดขึ้น แต่ก็เกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุมเอง เพราะในช่วงที่ผ่านมาทุกคนทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น แม้จะอ้างว่าเป็นการชุมนุมตามหลักรัฐธรรมนูญ แต่ในทางปฏิบัติต้องระมัดระวังในกฎหมายลูกไปด้วย ซึ่งตนเองไม่ได้ขู่ใคร แต่ประเทศชาติต้องอยู่ด้วยกฎหมาย หากทุกคนตั้งใจจะฝ่าฝืนกฎหมาย เชื่อว่าคนทั้งประเทศจะไม่ยินยอม เพราะได้รับผลกระทบไปด้วย

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ตนเองไม่ได้ขัดแย้งกับใคร จะใช้สิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญก็สามารถทำได้ แต่ขอให้มีจิตสำนึก ในส่วนที่จะทำให้ประเทศชาติเสียหายด้วย โดยเฉพาะในที่เศรษฐกิจมีปัญหาอยู่ ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลอย่างเดียว

ส่วนแนวทางการขับเคลื่อนของกลุ่มผู้ชุมนุมตนเองทราบอยู่แล้ว ว่าจะมีการทำอะไรบ้างเดินทางไปที่ไหนอย่างไร แต่ขอเตือนให้ระมัดระวังมากที่สุด อะไรที่ไม่สมควรก็อย่าทำ ซึ่งตนเองพยายามอดทนอย่างยิ่งยวด เห็นได้จากระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ตนเอง อดทน หาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ทำอย่างไรให้ประเทศเดินไปข้างหน้า เพราะหลายคนหลายส่วนยังเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ ว่า หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ  แม้การชุมนุมจะเป็นสิทธิแต่ขอให้คำนึงถึงคนอื่นด้วยทุกคนจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากสิ่งที่ทำ เหมือนคำที่บอกว่า “You get what you play” ทำอะไรได้อย่างนั้น ซึ่งตนเองอาจไม่เดือดร้อน แต่ประเทศชาติเดือดร้อน เมื่อทุกคนบอกว่ารักชาติรักประเทศอยากช่วยกันแก้ไข เริ่มจากการแก้ไขตัวเองก่อน ว่าต้องทำความเข้าใจกันอย่างไร หากเริ่มต้นจากการขัดแย้งตลอดก็ไปกันไม่ได้ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนทุกอย่างภายในวันนี้เลย แต่ต้องดูว่าสามารถทำได้หรือไม่ ทุกวันนี้หลายคนออกมาพูดให้เกิดความเชื่อมั่นเชื่อถือโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดมาเป็นอันตราย หรือทำได้หรือไม่ ต้องคนพูดเพื่อการปลุกเร้า ซึ่งคนเหล่านี้ตนเองถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด ประเทศผ่านบทเรียนมาก อดีตจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดมาหลายครั้ง บางครั้งก็เป็นคนเดิมๆ ที่ยังทำเช่นนั้นอยู่ โดยเชื่อว่าทุกคนทราบดี ตนจะไม่เอ่ยถึงใคร เพราะจะกลายเป็นปัญหาขึ้นอีก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ทุกคนต้องมีจิตสำนึก ว่าทำอย่างไรประเทศจะปลอดภัย สามารถพัฒนาประเทศและเดินไปข้างหน้า แล้วขอให้ยอมรับว่าบางอย่างมีความก้าวหน้า สิ่งที่ทำได้เร็ว ก็เดินหน้าก็เดินหน้า แต่สิ่งที่ทำยังไม่ได้ก็ต้องแก้กันต่อไป ซึ่งคิดว่ารัฐบาลนี้ นำทุกอย่างมาแก้ไข และเดินหน้าประเทศไทยหลายมิติ จึงขอความเป็นธรรมด้วย ไม่ว่าตนเองจะมาอย่างไรก็ได้ทำทุกอย่างให้กับประเทศ ซึ่งตนเข้ามาตามหน้าที่ ก็ต้องทำหน้าที่ และไม่ต้องการให้ใครมาชื่นชม ต้นมีความภูมิใจในตนเองว่าทำเพื่อใคร ทำเพื่อคนไทยทุกคนลูกหลาน 67 ล้านคนในประเทศ ซึ่งขณะนี้กำลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับมาหากเกิดปัญหาขึ้น ต่างชาติจะมองอย่างไร

ส่วนการชุมนุม ที่อยู่ใกล้เขตพระราชฐานจะมีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นายกรัฐมนตรีกล่าวสั้นๆว่า กฎหมายก็คือกฎหมาย

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close