กมธ.ปรับลดงบฯ64จำนวน31,000 ล้านบาท

กมธ. พิจารณาลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 จำนวน 31,000 ล้านบาท เพิ่มงบสาธารณสุข-มหาดไทย-ศาล-กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในวาระที่ 2 และ 3 โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 รายงานต่อสภาว่า ตั้งแต่การรับหลักการในวาระที่ 1 ในวันที่ 3 ก.ค.2563 และ กมธ.วิสามัญฯ เริ่มพิจารณาในวันที่ 8 ก.ค. – 8 ก.ย.2563 โดยพิจารณางบประมาณของ 721 หน่วยงาน และพิจารณาตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ความมั่นคงของชาติ แนวนโยบายของรัฐบาล เงื่อนไขเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลได้กำหนดตัวชี้วัดโดยต้นทุน การประเมินความคุ้มค่า และให้ความสำคัญกับการทำงบประมาณบูรณาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มงบประมาณในการลงทุน เช่น การบริหารจัดการน้ำ การศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม และสาธารณสุข

ทั้งนี้ การดำเนินงานแบ่งเป็น 8 คณะอนุกรรมาธิการ โดยปรับลดงบประมาณ 31,965,549,000 บาท จาก 1.รายการที่ไม่สอดคล้องกับสภาพในปัจจุบันหรือที่ดำเนินการไปแล้วโดยการใช้จ่ายโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ 2.รายการที่สามารถปรับลดเป้าหมายหรือปรับเปลี่ยนในประหยัด เช่น การอบรมสัมมนา การจ้างเหมาบริการ การจ้างที่ปรึกษา การประชาสัมพันธ์ การเดินทางไปราชการต่างประเทศ เป็นต้น 3.รายการที่มีการดำเนินการล่าช้าการแผนที่กำหนดและคาดว่าไม่สามารถดำเนินการในปี 2564 4.รายการที่ใช้งบประมาณจากแหล่งอื่นนอกเหนืองบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ เพื่อนำไปจัดสรรให้กับส่วนราชการตามที่ ครม. เสนอตามความเหมาะสมและจำเป็น 17,419 ล้านบาท จัดสรรให้หน่วยงานรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ จำนวน 509 ล้านบาท ทำให้เหลืองบประมาณปี 2564 รวม 3.28 ล้านล้านบาท นอกจากนี้มีการเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อค่าใช้จ่ายสำหรับบุคคลากร, กระทรวงมหาดไทย เพื่อสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้ป่วยเอดส์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษี, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, สำนักงานศาลยุติธรรม รวม 1,792,828,700 บาท จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณา มาตรา 1 ชื่อพระราชบัญญัติ

ข่าวน่าสนใจ

Close