“ศิริกัญญา”อภิปรายพรบ.งบฯขอปรับแก้มาตรา4

"ศิริกัญญา" อภิปราย พรบ.งบฯ ขอปรับแก้มาตรา 4 ระบุการประมาณการรายได้ส่งผลต่อการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลอาจทำให้เกิดความเสี่ยง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในวาระ2 โดยแปรญัตติจากเดิมกำหนดในมาตรา 3 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ เปลี่ยนเป็นให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่งบประมาณปี 2565 เป็นต้นไป เนื่องจากปัญหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหลายคนลาออกจนจำไม่ได้แล้ว จึงต้องให้คณะรัฐมนตรีเข้าไปรักษาการเพื่อร่วมรับผิดชอบด้วย

ด้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอปรับแก้มาตรา 4 แก้งบประมาณเป็น 3.2 ล้านล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า การประมาณการรายได้ส่งผลต่อการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในนโยบายการคลัง การประมาณการรายได้สูงเกินจริงเนื่องจากมีการประมาณการรายได้ก่อนการระบาดของโควิดในปี 2564 อยู่ที่ 2.67 ล้านล้านบาท โดยประมาณว่า GDP จะโต 1.8% แต่ประมาณการที่สูงเกินจริงส่งผลต่อขนาดการขาดดุลงบประมาณ จากเดิม ตามข้อมูลตามเอกสารงบประมาณ คือ GDP ปี 2563 -5.5 และ GDP ปี 2564 เป็น +5% แต่จากที่ตนศึกษาตัวเลขของสภาพัฒน์และธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าตัวเลขขาดดุลงบประมาณอาจจะสูงถึง 902,983 ล้านบาท และทางกรรมาธิการได้ถามสำนักงบประมาณให้ประเมินตัวเลขใหม่แต่ก็ไม่ได้คำตอบ ซึ่งหากเลขที่ตนคำนวณมาเป็นจริง จะขัดกับเพดานการกู้ซึ่งมีเพียง 736,392 ล้านบาท เงินส่วนเกินก็ยังไม่รู้ว่าจะเอารายได้ส่วนไหนมาชดเชย ตอนนี้โอกาสในการขาดดุลทะลุเพดานสูงมาก ตอนนี้ช่องว่างในการขาดดุลทำได้อีกเพียงหนึ่งแสนล้านบาท หากเก็บรายได้พลาดเป้าไปเพียง 4% ของ GDP ก็จะทะลุเพดาน รัฐบาลจึงมี 3 ทางเลือก คือ การกู้เพื่อบริหารจัดการกระแสเงินสดและต้องชำระคืนภายใน 120 วัน, ออก พ.ร.ก.เงินกู้อีกครั้ง, การตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ลงให้เหลือ 3.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ลดความเสี่ยงได้อย่างสมเหตุผลมากที่สุด

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close