“กิตติรัตน์”จี้รัฐเร่งพยุงศก.สร้างรายได้ให้ปชช.

"กิตติรัตน์" จี้รัฐเร่งพยุงเศรษฐกิจ นำงบประมาณสร้างกิจกรรมที่เกิดเงินหมุนเวียน สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในโครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน รับฟังปัญหาจาก 4 กลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เวทีแรก กรุงเทพมหานคร โดยฟังเสียงสะท้อนจากกลุ่มแรงงานในและนอกระบบว่า วิกฤตครั้งนี้ ถือว่าสาหัส เพราะประเทศไทยมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พึ่งพากลไกจากภายนอกมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคการส่งออกที่สูงร้อยละ 70 ของจีดีพีทั้งประเทศ และภาคการท่องเที่ยว วิกฤตนี้ไม่ใช่อยู่ในเฉพาะภูมิภาคเหมือนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 แต่เชื่อมโยงไปทั่วโลก สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการทุเลาสิ่งที่เป็นผลกระทบในส่วนนี้ และต้องสร้างแรงที่จะพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งต้องใช้งบประมาณดำเนินการ ในฐานะที่ตนเคยดูแลเศรษฐกิจในรัฐบาลช่วงปี 2554 – 2557 นโยบายการคลัง ถือว่าเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ วิกฤตนี้จะสาหัสน้อยลง ถ้าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล รู้จักหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่ดี นำงบประมาณไปสร้างกิจกรรมที่จะทำให้เกิดเงินหมุนเวียน การสร้างงาน สร้างรายได้ แต่ตนเชื่อว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลปัจจุบันไม่รู้เรื่องนี้

ด้านนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ส่วนตัวห่วงมาตรการดูแลแรงงานทั้งในและนอกระบบ เพราะรัฐบาล ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง เพราะยังพบปัญหาอย่างต่อเนื่อง มีพี่น้องแรงงานถึงร้อยละ 90 ที่มีหนี้สิน ภาระ และมีเงินไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ หนักกว่าปี 40 ขณะนี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา รัฐบาลอาจรู้สึกว่ายังสบายๆ อยู่ ถ้าไม่แก้ปัญหาให้ถูกจุด ประเทศไทยอาจกลายเป็นรัฐล้มละลาย เพราะงบประมาณที่ได้มาไม่ได้ก่อให้เกิดผลผลิต ซึ่งความจริงเงินที่ใช้จ่ายต้องก่อให้เกิดผลผลิต แต่ที่ตอนนี้จ่ายคือหายหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ต้องวางแผนระยะยาว โดยคนจนทำงานมากกว่า ไม่ได้ขี้เกียจ แต่ทำไมถึงจนกว่า เป็นเพราะขาดโอกาส ดังนั้น นโยบายต้องให้โอกาส อย่ามองว่าคนจนเป็นภาระ ถ้าคนจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศก็จะเดินหน้าไปได้

ด้านนพ.เรวัติ วิศรุตเวช รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า งบประมาณปี 64 เป็นการจัดงบแบบใช้ตัวเลขเก่าไม่มีการแก้ไข และยังไม่ได้มีการคาดการณ์เรื่องจีดีพีที่วันนี้ติดลบ ส่งผลกระทบต่อการประมาณการรายได้ที่ไม่ตรงตามเป้า ตัวเลขที่ตั้งในงบ 64 จึงเป็นตัวเลขที่ไม่สะท้อนการแก้ปัญหา และยังเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ ซึ่งรัฐบาลกำลังสร้างภาระหนี้สินให้ประชาชน ประชาชนประสบปัญหาความยากจนหนี้สินในการดำรงชีวิตอย่างสาหัส

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close