“ชวลิต”ยันขัดแย้งการเมืองทุกกลุ่มรักชาติ

"ชวลิต" ยัน ความขัดแย้งการเมืองกว่า 15 ปี ทุกกลุ่มเคลื่อนไหว รักชาติ  ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่มีความคิดต่างกัน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองประธานกรรมาธิการกฎหมายหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปทบทวนและแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ในคณะกรรมาธิการ เป็นผู้แทนเสนอรายงานการผลการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยระบุว่า แนวทางที่อนุกรรมาธิการได้ทำการศึกษา ถูกแบ่งออกเป็น 3 แนวทาง คือ 1.นำงานด้านวิชาการที่เคยมีการศึกษามาก่อนมาปรับใช้ในทางปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม 2.การเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการปรองดองเข้าให้ข้อมูล ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานอัยการสูงสุด สถาบันพระปกเกล้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมราชทัณฑ์ และ 3.การเชิญผู้เห็นต่างทางการเมืองจนนำไปสู่ความขัดแย้ง มาให้ข้อมูลพร้อมๆ กันต่อหน้าคณะอนุกรรมาธิการ ปรากฏว่า ทุกคนให้ข้อคิดเห็นตรงกันว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 15 ปี พบว่า ทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหว รักชาติ ประชาชน และแผ่นดินเกิด ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต้องการขจัดคอรัปชั่น เพียงแต่มีความคิดต่างกันจนเป็นที่มีของความขัดแย้ง

นายชวลิต ย้ำว่า อนุกรรมาธิการให้ความสำคัญกับความรู้สึกของสังคม และผู้สูญเสียเป็นหลัก ซึ่งขั้นตอนสำคัญคือทั้ง 2 ฝ่าย ต้องมีความรู้สึกขออภัย รวมทั้งให้เกียรติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนการนิรโทษกรรม อนุกรรมาธิการ เห็นว่า ควรนิรโทษกรรมในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยรัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาพิจารณาประเด็นนี้โดยเฉพาะ แต่การนิโทษกรรมดังกล่าวควรนิรโทษให้เพียงคดีการเมือง หรือ อาญาที่มีเหตุจูงใจทางการเมืองตามหลักนิติธรรม ยกเว้น ผู้ที่โดนคดีมาตรา 112 และคดีทุจริต

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close