นายกฯรอ”วิชา”สอบปม”บอส”ขู่ฟันบ่อนจ่อชงร่างรบ.แก้รธน.

นายกฯ รอ "วิชา" สอบปม "บอส อยู่วิทยา" ขู่ฟันบ่อน จ่อชงร่างรัฐบาลแก้รัฐธรมนูญ ขอม็อบอย่าป่วน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการบุกจับบ่อนการพนันที่แสมดำ แล้วพบว่ามีตำรวจอยู่ในเกิดเหตุด้วย ว่า ได้ย้ำเตือนและได้มีบทลงโทษทุกคน และในช่วงเช้าก็ได้รับรายงาน พร้อมย้ำไปกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แต่ทุกครั้งที่มีการจับบ่อน มีการจับกุม และมีการลงโทษโยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปะละเลย บ่อนวิ่ง บ่อนพนัน ก็เปรียบเสมือน “แมววิ่งไล่จับหนู” ใครที่อยู่เบื้องหลังจะต้องรับผิดชอบ ขอให้ประชาชนช่วยแจ้งกันเข้ามาเพื่อที่จะสอบสวนและดำเนินคดีทั้งหมด

ส่วนในช่วงแรกของการบุกจับมีภาพของกล้องวงจรปิดออกมา แต่ในภายหลัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีกล้องวงจรปิดนั้น ต้องมีการตรวจสอบว่าคำแถลงข่าวของ บช.น. ไม่มีภาพ ไม่มีกล้อง หรือไม่มีการบันทึกภาพไว้ พร้อมกล่าวเสียงดังว่า  จะต้องมีการสอบสวนต่อไปว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนตัวขอยืนยันว่าจะลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะนายกฯ คุมตำรวจ เมื่อกล่าวจบก็ได้กล่าวว่า “ไม่ได้โมโหนะ แต่ตอนประชุม ครม. มีการพูดคุยหลายเรื่องมากมายไปหมด”

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ยืนยันตนมีจุดยืนในการสนับสนุนเรื่องของการทำงาน อีกทั้งขณะนี้ เป็นการพิจารณาของกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะมีข้อเสนอจากฝ่ายค้านเข้ามา และฝ่ายรัฐบาลเองก็พร้อมให้ความร่วมมือกับทางสภา เพราะเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนรัฐบาลฝ่ายบริหาร จะมีการเสนอร่างให้พิจารณาหากมีการเสนอร่างเข้าสภามาพิจารณาควบคู่ไปด้วย เพื่อพิจารณาต่อกันไป แต่ประเด็นสำคัญ คือ วาระในการเปิดสภามีจำกัด ซึ่งต้องหารือกันต่อไป

ทั้งนี้ ต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องรอคณะกรรมาธิการฯ เสนอเข้ามา ส่วนรัฐบาลก็เตรียมเสนอในส่วนรัฐบาลสำหรับเปิดการประชุมสภาฯ ในสมัยหน้า ยืนยันให้ความร่วมมือทุกประการ

ส่วนกรณีการชุมนุมต่าง ๆ ของนักศึกษาในตอนนี้ นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับกลไกการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ส่วนตัวยืนยันว่า สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ควรแก้ หลังจากกรรมาธิการหารือร่วมกันแล้ว ต้องรอดู แล้วจะให้พรรคร่วมรัฐบาลมาหารือร่วมกันต่อในการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจะเสนอร่วมกันไป นี่คือกลไกที่ถูกต้อง

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า อย่าให้เกิดความวุ่นวายในช่วงสถานการณ์แบบนี้ เพราะกำลังแก้ปัญหาไปด้วยกัน พร้อมแสดงความเป็นห่วงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา และตนได้ให้แนวทางไปแล้วว่า ภายในเดือนนี้จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาให้มากขึ้น แต่ข้อเรียกร้องของนักศึกษา คือ ต้องการให้ตนไปรับฟังข้อคิดเห็นนั้น ตนจะนำไปพิจารณาอีกที

ทั้งนี้ การที่กลุ่มนักศึกษา ออกมาใช้คำพูดจาบจ้วง ตนก็ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจัดการทางกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีทหารจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เดินทางเข้ามาประเทศไทย เพื่อทำการฝึกร่วมกับทหารไทย ว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้แถลงไปแล้ว ทั้งการกักตัว 14 วัน และมาตรการป้องกันที่ดีที่สุด แต่ถ้าทุกคนช่วยกันป้องกัน ก็จะป้องกันได้ทุกเรื่อง ขออย่าให้มีการหลุดลอดออกไปก็แล้วกัน ทุกคนต้องทำตามมาตรการทุกขั้น คือ กักตัว 14 วัน , ตรวจหาเชื้อโควิด-19 3 ครั้ง หากพบต้องส่งไปรักษาตัวทันที ตรงนี้เป็นในส่วนของความร่วมมือระหว่างกัน แต่ถ้ารัฐบาลทำอะไรไม่ได้เลย ก็จะเกิดปัญหา แต่ต้องคิดอยู่เสมอว่าต้องไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด และเชื่อมั่นใจกระบวนการของไทย ไม่เช่นนั้นก็จะไปเดินไปข้างหน้าไม่ได้

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึง การสอบคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ว่า ต้องฟังการสอบสวนของ ตำรวจ อัยการ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตั้งขึ้น ว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพราะตอนนี้มีการดำเนินการ ทั้ง 3 อำนาจ คือ นิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร ขอทุกคนใจเย็น คณะทำงานชุดนี้ยังมีอีกหลายคณะช่วยกันทำงาน  เพื่อที่จะสอบสวนถึงต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน เพื่อจะหาวิธีการปฏิบัติต่อไป

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนใหม่ ว่ายังไม่ได้ตั้งใครเข้ามาดำรงตำแหน่ง ชื่อที่มีกระแสข่าวออกมา ก็ไม่ได้เป็นคนคิด แต่มีอยู่ในใจแล้ว เหลือเพียงแต่ตัดสินใจ เพราะมีหลายคนให้เลือก พร้อมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “จะเสนอใคร อยากได้ใคร มีใครในใจ” ส่วนผู้ที่จะมารับตำแหน่งจะมาจากพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ตนขอดูอีกที รวมถึงจะต้องมีคุณสมบัติที่ทุกคนยอมรับ ตนไม่เคยว่าใครบกพร่อง แต่วันนี้โฆษกฯ จะต้องพูดให้ประชาชนเข้าใจง่าย ๆ บางทีรัฐบาลทำงานออกไป ประชาชนไม่ค่อยรับรู้ จึงต้องมีการแก้ไข เข้าถึงประชาชนได้ เหมือนกับที่ตนได้ไปพบกับสื่อมวลชน กลุ่มคนรุ่นใหม่ เมื่อวานนี้ที่ได้มีข้อเสนอแนะร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจในการทำงานของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ก็เป็นคนของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับโฆษกของพรรคการเมือง แต่ถ้าหากพรรคการเมืองจะเสนอเข้ามา ตนก็พร้อมที่จะรับฟัง

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงข้อกังวลของตนเองในขณะนี้ ว่า  กังวลเรื่องเศรษฐกิจ , โควิด-19 ส่วนเรื่องอื่น ๆ คิดว่าประชาชนคนไทยจะต้องร่วมมือกัน ทำให้ประเทศมีประสิทธิภาพ เพราะเศรษฐกิจสำคัญที่สุด ซึ่งต้องดูด้วยว่าการแก้ไขบางอย่างทำควบคู่กันได้ไหม ทำให้สมบูรณ์กันได้หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ คนที่เดือดร้อนจะทำอย่างไร คำถามเหล่านี้จะต้องตอบให้ได้ ส่วนจะชุมนุมอะไรก็ตาม เป็นสิทธิทางกฎหมาย แต่ก็ต้องเคารพกฎหมายซึ่งกันและกัน ตนไม่เคยขู่ใคร แต่เป็นห่วงคนที่พูดจาเกินเลย จาบจ้วง อาจจะไม่ใช่ความบริสุทธิ์ใจที่แท้จริง ก็ต้องดำเนินคดี ที่ผ่านมารัฐบาลก็เชิญบางคนมาพูดคุยกันว่าให้เลิกพฤติกรรมเช่นนี้ บางคนก็เชื่อ บางคนก็หนักกว่าเดิม

พร้อมตัดพ้อกับสื่อมวลชน ว่า ขอให้ต้องทำความเข้าใจร่วมกัน ถ้าถามตอบไปมาตนก็ไม่สามรถตอบรายละเอียดได้ แต่เข้าใจการทำงานของสื่อฯ ที่ต้องการข่าวทุกชั่วโมง แต่ก็ต้องเข้าใจการทำงานของรัฐบาลด้วย ว่าต้องมีขั้นตอน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close