นายกฯเแย้มปรับครม.ศก.ดูโควตาเหมาะสมเคารพ4กุมารออก

นายกฯปัดเดินสายคุยสื่อสร้างคะแนนนิยม เคารพการตัดสินใจของกลุ่ม4กุมาร ไม่รู้ใครผิดใครถูก ส่วนการปรับ ครม. ถึงเวลาก็จะปรับเอง ลั่น 3 ป.แตก เป็นไปไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีการทำงานแบบ New Normal เพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้มีรายได้มาก และยังได้มีการพบปะกับสมาคมต่างๆ ซึ่งรวมถึงสื่อมวลชนด้วย โดยยืนยันว่า ไม่ได้เดินทางไปเพื่อสร้างคะแนนนิยมหรือทำให้สื่อเห็นชอบหรือรักตนเอง แต่เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่างๆของสื่อและผู้บริหารแสดงความคิดเห็นว่าประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไรในช่วง 3 ปีข้างหน้า และแก้ปัญหาที่มีความทับซ้อนที่มีมาอย่างยาวนาน

 

สมช.ตั้งคกก.ขับเคลื่อนแผนแม่บทด้านความมั่นคง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันนี้ที่ตั้งคณะกรรมการจำนวน 2 คณะ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ได้แก่ คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นความมั่นคงและนโยบายระดับชาติว่าด้วยความมั่นคง รวมทั้งปรับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในของ สมช. เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เปลี่ยนไปนำไปสู่การจัดตั้งกองความมั่นคงทางทะเลเพื่อพัฒนานโยบายยุทธศาสตร์และการประสานงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและการจัดตั้งกลุ่มกฎหมายในการอำนวยการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสภาความมั่นคงแห่งชาติ หลักกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการผู้หลบหนีเข้าเมืองระยะที่ 1 พ. ศ. 2563-2565 และพิจารณาโครงการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเฉพาะพื้นที่โป่งน้ำร้อนพ. ศ. 2564-2565

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวนคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และเกี่ยวกับความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการพัฒนามาตามลำดับ

 

นายกฯ เคารพการตัดสินใขของกลุ่ม 4 กุมาร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณี 4 กุมาร ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนเองเคารพผลการ ตัดสินใจของทั้งสี่คนซึ่งเป็นเรื่องภายในพรรค ส่วนตนเองก็ต้องเตรียมการในการเดินหน้าต่อไป แต่วันนี้ขอให้เชื่อมั่นในระบบบริหารราชการแผ่นดินเชื่อมั่นในตัวตนเอง และตนจะนำพาประเทศชาติ ไปในช่วงเวลานี้ให้ได้ ส่วนของการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตอนเข้ามาเป็น ส.ส. และการเข้ามาเป็นรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี พรรคร่วมต่างๆ จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง จึงขอให้ใจเย็นๆ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่เคยพูดว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนกันยายน แต่ยืนยันว่า จะมีการพิจารณาตั้งแต่นี้เป็นต้นไปแต่จะเป็นเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ส่วนการที่ทั้ง 4 คน ลาออกและไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐนั้นจะมีสัดส่วนในรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เป็นเรื่องของพรรคการเมือง เพราะอันดับแรกจะต้องมาจากสมาชิกพรรคและคนนอกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เพราะตนเองก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคพลังประชารัฐเช่นกัน เพราะฉะนั้นสัดส่วนของการเป็นคณะรัฐมนตรีต้องให้พรรคเป็นผู้เสนอเป็นหลักและการที่จะใช้คนนอกก็เป็นโคต้าของพรรคการเมืองเช่นกัน ซึ่งตอนที่ตนเองเข้ามาก็เป็นคนนอกและมีรัฐมนตรีหลายท่านที่มากับตนเอง รวมถึง 4 คน ที่ลาออกจากพรรคไป จึงต้องมาพิจารณาดูว่าโควตาเดิมนั้นเหมาะสมหรือยัง

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ระบุว่าการ ปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งต่อไปจะปรับเท่าที่จำเป็นใครที่ทำงานดีอยู่แล้วก็ทำต่อไปเพราะทุกคนทำงานดีหมดเพียงแต่กลไกทางการเมืองวิธีทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนโควต้าเดิมของนายกรัฐมนตรี ที่มีการนำคนนอกเข้ามา ขณะนี้ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว จึงต้องมาพิจารณาว่าควรจะคืนตำแหน่งให้พรรคการเมืองหรือไม่โดยต้องมีการคุยกันใหม่

พร้อมยืนยัน ว่า ตนเองคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มาตลอด ซึ่งนายสมคิดเองก็ยืนยันว่าพร้อมทุกเรื่อง

 

นายกฯ ย้ำการปรับครม.ถึงเวลาจะปรับเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ พยายามจะขย่มไปยังนายสมคิด มาโดยตลอด ว่า ที่ผ่านมามีการขย่มกันทั้งสองฝ่าย บางครั้งเป็นการพูดกันไปเรื่อย ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าใครถูกใครผิดแต่ก็ตัดสินด้วยตัวเอง

สำหรับช่วงเวลาในการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่าขณะนี้ยังคงมีวิกฤตเรื่องการแพราระบาดของโรคอยู่ จึงต้องทำงานไปก่อน หากถึงเวลาก็จะปรับเองแต่อย่ามากขอให้เชื่อมั่นในกลไกและการบริหารราชการแผ่นดินที่ตัวเองสร้างไว้ ใครจะไปจะมาก็ต้องรักษากฎระเบียบที่ตัวเองวางไว้ แม้ว่าจะมีการยึดตัวบุคคลแต่สิ่งสำคัญคือหากบุคคลทำงานร่วมกันไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เพราะตนเองจะยึดความสงบเรียบร้อยเป็นเรื่องสำคัญ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า มีการปรับคณะรัฐมนตรีก็ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจด้วย เพราะมีหลายกระทรวงเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนการทำงานด้านเศรษฐกิจของทั้งสี่คนที่ผ่านมานั้นมีโอกาสที่จะได้กลับเข้ามาในทีมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าตนเองได้ตอบไปแล้วในภาพรวม ไม่รู้จะถามให้ได้อะไร เพราะที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดมีความสำเร็จมาพอสมควรแต่ต้องดูกลไกทางการเมืองด้วย พร้อมยืนยันว่า หากมีการวิ่งเต้นกันมากคนที่วิ่งอาจจะไม่ได้ตำแหน่งก็ได้ แต่ขออย่าทำให้เกิดความสับสนใครจะวิ่งก็วิ่งไปเพราะตัวเองจะตัดสินใจด้วยตนเองและปรึกษากับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค

 

นายกฯ เผย เล็งคนนอกนั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า มีการมองคนนอกให้เข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจรวมถึงมองครบทุกด้านทั้ง ความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจและสาธารณสุขเพราะตนเองต้องรับผิดชอบทั้งคณะรัฐมนตรี ส่วน คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่นั้นตนเองยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเพราะต้องดูทุกมิติหลายอย่างการยอมรับหรือไม่เป็นเรื่องความเชื่อมั่นเชื่อถือ แต่บางส่วนที่อยากจะให้เข้ามาทำงานก็ไม่อยากเข้ามาร่วมแต่ยืนยันว่าจะเลือกคนที่ดีที่สุดในทุกกระทรวง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการทาบทามใคร

ส่วนด้านความมั่นคง จะมีการเปลี่ยนตัวหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่าตนเองทำผิดพลาดหรือไม่หากไม่ผิดก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

ส่วนกระแสข่าวที่มีชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเข้ามาดูความมั่นคงนั้น นายกรัฐมนตรี ถามว่าสื่อฟังมาจากไหน ขอให้ฟังที่ตนเองพูดผู้สื่อข่าว จึงพยายามสอบถามว่า กระแสที่พยายามตีให้ 3 ป.แตกกันเป็นไปได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ใช้เวลานิ่งคิดสักครู่ก็จะตอบเพียงสั้นๆ ว่า”เป็นไปไม่ได้”

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close