มติครม.ให้27ก.ค.ชดเชยสงกรานต์รวมหยุด4วันติด

ครม.มติเห็นชอบให้วันที่ 27 ก.ค. 63 เป็นวันหยุดชดเชยสงกรานต์ 1 วัน ทำให้หยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน 25-28 ก.ค.63 -ไฟเขียวต่อพรก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2563 เป็นวันหยุดราชการเพื่อชดเชยวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2563 จำนวน 1 วัน โดยก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ให้เลื่อนวันหยุดราชการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2563 ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลาย ซึ่งขณะนี้การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่ลาย รวมถึงภาครัฐได้มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และอนุญาตให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถดำเนินกิจการและกิจกรรมได้เพิ่มมากขึ้น ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติกำหนดวันหยุดราชการในเดือนกรกฎาคม 2563 เพิ่ม 1 วัน คือวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2563 เพื่อชดเชยวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2563 ซึ่งจะทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องกันในสัปดาห์ดังกล่าวเป็น 4 วัน คือ วันเสาร์ที่ 25 – วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563

ทั้งนี้ทางคณะรัฐมนตรีได้ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาความเหมาะสมควรของวันหยุด โดยไม่ให้ราชการเสียหายหรือกระทบกับประชาชน สำหรับรัฐวิสาหกิจ สถานบันเทิง และภาคเอกชน ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาตามความเหมาะสมในการกำหนดเป็นวันหยุดให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 -31 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาพรวมทั่วโลกยังคงมีความรุนแรงในหลายภูมิภาค รวมทั้งรัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายภายในประเทศในระยะที่ 5 จึงยังมีความจำเป็นต้องบังคับใช้อำนาจตามพระราชกำหนด ทั้งการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรในทุกช่องทาง การจัดทำระบบติดตามตัว การกักตัว และการเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย รวมทั้งการกำหนดมาตรการควบคุมโรคที่สามารถใช้บังคับอย่างครอบคลุมในทุกกิจการ/กิจกรรม แบบบูรณาการทั้งพลเรือน ทหารและตำรวจ เพื่อการบริหารจัดการวิกฤตให้เป็นเอกภาพ ลดความเสี่ยงไม่ให้มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศในระลอกที่สอง

ทั้งนี้ การขยายการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วประเทศควบคู่กับการผ่อนคลายมาตรการบังคับใช้ ไม่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตแบบปกติของประชาชนและไม่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close