กลุ่มCare จัดเสวนา “คิด เคลื่อน ไทย”

กลุ่มCare จัดเสวนา คิด เคลื่อน ไทย ในหัวข้อทางรอดจาก"ตุลามหาวิกฤต"

กลุ่ม Care จัดเสวนาผ่านเพจ Care คิด เคลื่อน ไทย ในหัวข้อ ทางรอดจาก “ตุลามหาวิกฤต” โดยนายศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ, นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ และนายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่ม Care

โดยนายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวว่า ในวันนี้ไม่มีผู้ป่วยในประเทศมา 30 กว่าวันแล้ว ซึ่งสถานการณ์ควรมีการต่อพ.ร.ก.ต่ออีกหรือไม่ ตนยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนี้มีพ.ร.บ.อื่นที่ใช้แทนกันได้ และประเทศไทยมีศักยภาพพอหากมีตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นก็ไม่น่ากลัว เพราะมีเตียงในห้องไอซียูพร้อมรับผู้ป่วยใหม่ได้ร้อยกว่าคน ซี่งตนไม่รู้สึกกังวลเรื่องของโควิด-19 แล้ว แต่กังวลเรื่องของเศรษฐกิจ

ด้านนายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า เรื่องของงานฝีมือ ร้านอาหาร หรือผลผลิตเกษตรทางการเกษตรต่างได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ตนรู้สึกเป็นห่วงเพราะตนก็มีกิจการเป็นของตัวเองและได้รับผลกระทบเช่นกัน ตนรู้สึกเป็นห่วง ต้องการเงินในระบบจากรัฐบาล เพื่อปรับเปลี่ยนให้ธุรกิจให้ดีขึ้น

รวมถึงนายศุภวุฒิ กล่าวว่า ในตอนนี้มีบริษัทใหญ่ 5,000 บริษัท มีหนี้ 7 แสนล้าน SMEs มีประมาณ 1.14 ล้านราย หนี้ 2.2 หมื่นล้านๆ บาทและสินเชื่อส่วนบุคคล 15 ล้านคน หนี้ 3.87 ล้านบาท แต่รัฐบาลมีการช่วย SME ประมาณ 5 แสนล้านบาทแต่ไม่พอกับวิกฤตในครั้งนี้ ตนจึงมีโมเดลที่จะเสนอให้มีมาตราการช่วยเหลือเปย์ทุกคนให้รอดได้มากที่สุด และถ้วนหน้าที่สุดซึ่งคาดว่ามีประสิทธิผล ซึ่งพบว่าข้อมูลจากแบงค์ชาติ SME มีการขอพักดอกเบี้ย 1 ล้านกว่าราย ซึ่งควรให้มีการปล่อยกู้ SME 2ล้านล้านบาท ซึ่งต้องให้ SME มีเงินทำธุรกิจต่อเนื่อง 1 ปี คืนหนี้ 4 ปี โดยคนที่ทำ SME จะต้องมีการปรับรูปแบบการทำกิจการเพราะหลังโควิด-19จะต้องมีการเปลี่ยนไปของธุรกิจ ซึ่งอาจจะต้องตั้งเงื่อนไขให้ SME อาจจะมีการคืน 1.2% ซึ่งรัฐบาลอาจต้องทำใจเรื่องหนี้ 2 แสนล้านอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท หากทำดีและทำเร็ว เศรษฐกิจอาจดีขึ้น รวมถึงหนี้บุคคล 15 ล้าน คนที่พักดอกเบี้ยไปก่อนจึงต้องตั้งเป้าให้ถูก เพื่อให้มีผลต่อเนื่องมาถึงหนี้บุคคล ซึ่งถ้าไม่ช่วย SME จะมีปัญหามากขึ้น

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close