พปชร.คึกถกเคาะหน.- “วิรัช”ยัน”ประวิตร”ไร้คู่แข่ง

ประชุมใหญ่ พปชร.คึกคัก วันนี้ เลือก 4 ตำแหน่ง ขณะ "วิรัช" ยัน "ประวิตร" ไร้คู่แข่งแย้มกก.บห.อาจชุดเดิม

การประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ วันนี้เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ จัดขึ้น ณ ห้องแกรนด์ไดมอนส์ อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งขณะนี้ ได้มีสมาชิกพรรค และส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาจำนวนมากสำหรับการประชุมวันนี้ จะมีการแก้ไขข้อบังคับพรรค กำหนดให้กก.บห.ชุดใหม่ เหลือไม่เกิน 29 คน จากไม่เกิน 45 คน ส่วนตำแหน่งต่างๆ ที่จะเลือกในที่ประชุมก่อน 4 ตำแหน่ง คือหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค และเหรัญญิก

ทั้งนี้ จะมีการแก้ไขข้อบังคับ เพื่อกำหนดตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรคไว้ในข้อบังคับด้วย เนื่องจากข้อบังคับเดิมไม่ได้กำหนดเอาไว้ และยังจะมีการแก้ไขข้อบังคับโดยเพิ่มอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าพรรคให้สามารถกำกับดูแลพรรคได้กว้างขวาง สามารถแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคได้ไม่เกิน 9 คน และผู้อำนวยการพรรค โดยทั้งหมดต้องเป็น กก.บห.พรรค ที่ผ่านการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ และให้อำนาจหัวหน้าพรรคถอดถอนผู้ที่แต่งตั้งไปแล้วได้

นอกจากนี้ จะมีการเสนอปรับเปลี่ยนรูปแบบโลโก้พรรคใหม่ หลังจากเคยมีการเปลี่ยนมาแล้วครั้งหนึ่งจากสัญลักษณ์รังผึ้งหกเหลี่ยม ลายธงชาติเปลี่ยนมาเป็นวงกลมเพื่อแสดงถึงความกลมเกลียว ไร้เหลี่ยมคมที่จะทิ่มแทงตัวเอง โดยครั้งนี้จะยึดรูปแบบวงกลมเหมือนเดิม เพียงแต่จะขยับตัวอักษรที่เป็นชื่อพรรค ซึ่งเดิมความยาวของตัวอักษรยาวเกินกรอบวงกลม ก็จะปรับให้ตัวอักษรอยู่ในวงกลมทั้งหมด

ขณะที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการประชุมใหญ่สามัญ พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค
ตลอดจนนายทะเบียนพรรค และเหรัญญิกพรรค ซึ่งการจัดระเบียบต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข และเป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยคาดว่า จะมีสมาชิกมาเข้าร่วมการประชุม 500-600 คน ได้มีการกำหนดโหวตเปอร์ ตาม พรบ.พรรคการเมือง ไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ที่จะเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นคนเดียวที่ตนเองจะเสนอชื่อ ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าพล.อ.ประวิตร จะเดินทางมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วยตนเองหรือไม่ โดยขอให้รอดู

ขณะเดียวกัน ยังยืนยันว่า คณะกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่จะเป็นชุดเดิมเกือบทั้งหมด โดยผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคจะต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบข้อบังคับพรรคและ ระเบียบของ กกต.ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่มีขัดระเบียบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค จะต้องเดินทางมารับตำแหน่งด้วยตนเองเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ และพบปะกับสมาชิก

ขณะเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงขั้นตอนการประชุมใหญ่สามัญ ของพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ ว่า การประชุมใหญ่ในครั้งนี้ มีวาระของการประชุมสามัญ เพื่อรับรองการแก้ไขข้อบังคับของพรรค , พิจารณารายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปีที่ผ่านมา , การแก้ไขสัญลักษณ์พรรคฯ และเรื่องการปรับโครงสร้าง จำนวนส.ส. ส่วนเรื่องสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ คือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะเลือกตั้งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค โดยการเลือกตั้งจะเป็นการลงคะแนนแบบลับซึ่งให้สมาชิกทุกคนมีอิสระในการลงคะแนนโหวต ซึ่งวันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค จะไม่มาร่วมการประชุมในครั้งนี้ และถือว่าไม่ผิดข้อบังคับพรรค ที่เดิมบุคคลที่ถูกเสนอชื่อหรือถูกเลือกจะต้องอยู่ในที่ประชุมด้วย เพราะกฎหมายนี้ได้มีการแก้ไขไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 จึงไม่จำเป็นพี่พูดถูกเสนอชื่อหรือผู้ที่ถูกเลือกจะต้องอยู่ในที่ประชุม

ทั้งนี้ หลังจากเลือกหัวหน้าพรรค ก็จะเลือกเลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค และจากนั้นจะเลือกกรรมการบริหารพรรค โดยจะเสนอแบบบัญชีรายชื่อและจะเป็นการออกเสียงในคราวเดียวกันสุด ทันทีที่ได้รับการเลือกตำแหน่งจะมีผลภายในทันที และหัวหน้าพรรค จะแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคไม่เกิน 9 คน ส่วนวาระการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้รับสมัครการเลือกตั้ง จะเลื่อนไปในการประชุมวิสามัญแทน

ส่วนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะทำให้ความขัดแย้งในพรรคยุติไปหรือไม่ยั้น ตนมองว่า เหตุผลที่ต้องเลือกชุดใหม่เพื่อที่จะให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เป็นหนึ่งเดียวกัน การบริหารงานของพรรคเต็มไปด้วยความมั่นคงและเติบโต เพื่อจะทำหน้าที่สนับสนุนการทำหน้าที่ของ ส.ส. ในสภาฯ รวมถึงการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

ส่วนบิ๊กเซอร์ไพส์ที่จะมีในการประชุมครั้งนี้ จะเป็นอะไรนั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบ

นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงการที่ไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ว่า ถือเป็นการขอร้องจากสมาชิกพรรค ที่ให้ความเคารพในตัว พล.อ.ประวิตร เป็นผู้อาวุโสที่สุดและเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากภายในพรรค และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาภายในพรรค พล.อ.ประวิตร ก็พร้อมที่จะมาช่วย แต่ทั้งนี่ก็ขึ้นอยู่กับเสียงโหวตในที่ประชุมว่าจะมีมติออกมาอย่างไร เพราะพล.อ.ประวิตร จะไม่มาร่วมประชุม เพื่อให้การประชุมในครั้งนี้เป็นไปอย่างอิสระและเป็นเอกภาพมากที่สุด ส่วนตัวขอย้ำอีกว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้อยากมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ทางเราได้ไปร้องขอให้ท่านมาเป็น

ส่วนการที่ไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตร ที่ป่ารอยต่อนั้น นายไพบูลย์ ย้ำว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะต้องเลือกในที่ประชุมใหญ่อย่างถูกทุกขั้นตอน ไม่ใช่ไปตกลงกันเอง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งการเลือกตั้งเป็นเรื่องของสมาชิกพรรค

ส่วนการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคบุคคลอื่นนั้น ก็รอให้ในที่ประชุมเสนอชื่อมา และต้องผู้รับรองตามขั้นตอน ทั้งนี้ หากมีชื่อ พล.อ.ประวิตร เพียงชื่อเดียว สมาชิกก็ต้องลงคะแนนโหวตเช่นกัน

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ  พรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่า เมื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคจบลงได้ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันไปแล้ว

ส่วนที่กลุ่มเก่าที่ไม่มีตำแหน่งอะไรในกรรมการ บริหารพรรคชุดใหม่ จะทำให้มองว่ายังมีปัญหาความขัดแย้งอยู่หรือไม่ นั้น จะต้องรอให้มีการประชุม เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เสร็จสิ้นก่อน ที่วันนี้ นายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รักษาการเลขาธิการพรรค ก็ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

ส่วนตามบังคับข้อบังคับพรรคใหม่ โดยให้อำนาจหัวหน้าพรรค คัดเลือกรองหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเอง นั้น ส่วนตัวมองว่า การให้อำนาจหัวหน้าพรรค จะไม่มีปัญหาในอนาคตแน่นอน เพราะตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกพรรค ตามระบอบประชาธิปไตย

ร.อ.ธรรมนัส ยังยืนยันถึงความสัมพันธ์ของตน กับนายอุตตม และนายสนธิรัตน์  ยังสามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งตนเป็นลูกผู้ชายพอ สามารถพูดคุยกันได้ และมีความชัดเจนว่าไม่มีปัญหากับใคร ซึ่งที่ผ่านมาได้วางตัวเป็นกลางมาตลอด และรอให้ถึงวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อให้ทุกอย่างได้จบสิ้น

ส่งความคาดหวังการเปลี่ยนแปลงหลังมี กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง นั้น พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค และได้มีการวางแผนการเลือกตั้งซ่อมมาอย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศึกภายนอกเราไม่เคยแพ้ใคร แต่ศึกภายใน เรารอวันนี้ให้เกิดความชัดเจน ซึ่งทุกคนให้ความเคารพในการตัดสินใจที่จะเลือกหัวหน้าพรรคในวันนี้ ที่จะเป็นสันทามติในการเลือกตั้งจากสมาชิกพรรคในวันนี้

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close