“องอาจ”ฝากนายกฯหามาตรการป้องกันโกงใช้เงินกู้

"องอาจ" พอใจ ส.ส. ประชาธิปัตย์ อภิปราย พรก.กู้เงิน 3 ฉบับ ชี้แนะข้อเสนอมีประโยชน์ หวังรัฐบาลนำข้อท้วงติงไปปรับปรุง ฝากนายกฯ หามาตรการป้องกันทุจริตสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการพิจารณา พ.ร.ก. ทั้ง 3 ฉบับที่ผ่านมาว่า ตนพอใจการทำหน้าที่ของ ส.ส. ของพรรค ที่อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข มีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อให้การเยียวยาประชาชน การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม การดูแลทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการของการดำเนินการตามกรอบนโยบายที่รัฐบาลกำหนด ทาง ส.ส. ของพรรคฯ ได้เน้นให้เห็นถึงการทำโครงการตามกรอบนโยบายเป็นการทำโดยข้าราชการประจำกลั่นกรองโดยข้าราชการประจำ มีการนำโครงการเก่ามาปัดฝุ่นใหม่ แล้วนำเสื้อคลุมโควิดมาสวมใส่ให้ดูดี เพื่อให้เห็นว่าเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นการทำโครงการแบบ Top Down ไม่ใช่ Bottom Up หรือแบบบนลงล่าง ไม่ใช่จากล่างขึ้นไปข้างบน จึงขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องนำข้อท้วงติงไปปรับปรุงแก้ไข และนำข้อเสนอแนะดีๆ ที่มีประโยชน์ไปปรับประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อให้การปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. ทั้ง 3 ฉบับ เป็นการทำงานเพื่อให้ประชาชนโดยรวมได้ประโยชน์ คุ้มค่า ตรงจุดอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยทำให้เศรษฐกิจ สังคม เดินหน้าต่อไปได้ในขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังต้องอยู่คู่กับเราไปอีกพอสมควร

 

ฝากนายกฯ หามาตรการป้องกันทุจริต ใช้เงินกู้ สร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน

นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้การดำเนินการตาม พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับเป็นไปด้วยความโปร่งใส ไร้ทุจริตว่า นับเป็นเรื่องดีที่นายกฯรัฐมนตรี ย้ำไม่ให้เกิดการทุจริตเด็ดขาด แต่การย้ำอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ในสภาวะพิเศษที่มีการใช้เงินกู้จำนวนเงินมหาศาล นายกรัฐมนตรีควรมีมาตรการพิเศษออกมาเสริมการทำงานตามปกติขององค์กรป้องกันปราบปรามทุจริตต่างๆ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับประชาชนที่ต้องทนแบกรับภาระหนี้เงินกู้นี้ว่านายกรัฐมนตรีเอาจริง ไม่ใช่ปล่อยตามกระบวนการปกติ เพราะนี่คือการใช้เงินกู้ในสภาวะพิเศษ จึงควรมีมาตรการพิเศษเข้ามาจัดการด้วย

ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐบาลมีหน่วยงานตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้ง ปปง. ป.ป.ช. และ ปปท. นั้น หน่วยงานเหล่านี้มีหน้าที่ตามปกติอยู่แล้ว และมักจะเข้าไปจัดการ เมื่อมีการร้องเรียนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น แต่สิ่งที่สังคมอยากเห็นคือการป้องกันการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ทั้ง 3 ฉบับที่มีจำนวนเงินมหาศาลว่า ควรมีวิธีการป้องกันให้รัดกุมเสียแต่เบื้องต้น ดีกว่าปล่อยให้มีการทุจริตแล้วค่อยตามไปจัดการทีหลัง จึงขอฝากให้นายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกันการทุจริตทุกรูปแบบทุกช่องทาง เพื่อช่วยให้การใช้เงินจำนวนมหาศาลเป็นไปอย่างคุ้มค่า เกิดประสิทธิภาพ ตรงจุด ตรวจสอบได้ และไร้การทุจริตอย่างแท้จริง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close