นายกฯย้ำเยียวยา5พันไม่ผ่านเกณฑ์ต้องคืน-ไม่ขยายเวลาเคอร์ฟิว

นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนทุ่มเทแก้ปัญหาโควิด-19 ยันยังไม่ปรับเคอร์ฟิวเพิ่ม พร้อมขอบคุณเจ้าของโรงแรมให้ใช้สถานที่เป็นที่กักตัว 14 วัน ย้ำเยียวยา 5 พันไม่ผ่านเกณฑ์ต้องส่งเงินคืน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ผ่าน ระบบ Video Conference นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกภาคส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ทุ่มเทเสียสละ อดทนเพื่อการทำงานสำคัญครั้งนี้ ทั้งนี้ ให้กำลังใจ และเข้าใจดีว่าการทำงานเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ ประชาชนทั้งประเทศ ย่อมมีความยากลำบาก และเต็มไปด้วยอุปสรรค อาจจะมีทั้งผู้ที่มีเจตนาบริสุทธ์ ทั้งดี และไม่ดี จึงขอให้ทุกคนอดทน สร้างความเข้าใจชี้แจงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ก่อนมีมาตรการใดๆ ออกมา

นายกรัฐมนตรี ขอให้หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการแต่ละด้านได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงนำนโยบายไปช่วยปฏิบัติ ทั้งนี้ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ลดทอนอำนาจรัฐมนตรี เพียงแต่ต้องการให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน และขอควบคุมภาพรวมการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยการแก้ปัญหาประเด็นนี้ประกอบด้วยข้อมูลที่มีจำนวนมาก ขอให้กระชับ ผ่านการบริหารจัดการข้อมูล บูรณาการข้อมูล ที่ ศบค. เพื่อการวิเคราะห์ตัดสินใจนำมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้ทันที

 

นายกฯ ยัน ยังไม่ปรับเคอร์ฟิวเพิ่ม

นายกรัฐมนตรี กล่าว ถึงการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยมีความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ผ่านระบบการกักตัวทั้ง State Quarantine และ Home Quarantine เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมจัดการ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ และให้ความร่วมมือการคัดกรอง โดยกักกันต้องเข้มงวด ต้องมีความพร้อม ทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ด้านการประกาศ Curfew ยังไม่ปรับอะไรเพิ่มเติม ขอดำเนินการตามมาตรการที่ได้ประกาศไปก่อน โดยเมื่อวานนายกรัฐมนตรีได้ไปเยี่ยมผู้กักตัวตามมาตรการ State Quarantine ที่ โรงแรมเดอะภัทรา โดนชื่นชม พร้อมขอบคุณเจ้าของโรงแรม และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ ศบค. พิจารณาอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลประชาชนที่อยู่ในการคัดกรอง และกำลังจะกลับมาเพิ่มเติม ให้เรียบร้อย ถูกต้องตามมาตรฐานการคัดกรอง

ทั้งนี้ การประกาศ Curfew จึงเป็นไปตามประกาศเดิม 22.00-04.00 น. และมีข้อยกเว้นตาม พ.ร.ก. กำหนด ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานเพื่อแจ้งให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องทราบ

ขณะที่เรื่องหน้ากากอนามัยแบบปกติ นั้น ผลิตได้เพิ่มเป็น 2 ล้านชิ้นต่อวันแล้วคิดว่าด้วยจำนวนการผลิตเท่านี้จะลดปัญหาขาดแคลนได้บ้าง ส่วนหน้ากาก N95 และชุด PPE ยังมีปัญหาต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ แต่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ดี การผลิต N95 มีมาตรฐานการผลิตที่อาศัยหลายปัจจัย และต้องผลิตให้ได้มาตรฐาน

 

นายกฯ ย้ำเยียวยา 5 พันไม่ผ่านเกณฑ์ต้องส่งเงินคืน

นายกรัฐมนตรี ระบุในด้านมาตรการทางเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำงานอย่างหนัก และทำให้เกิดผลในการช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ดี การดำเนินการต้องผ่านมาตรการที่ถูกต้องตามระเบียบ หากไม่ถูกต้องจะต้องส่งเงินคืน และมีมาตรการลงโทษตามกฎหมาย และหากกฏหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่เพียงพอที่จะใช้ลงโทษต้องปรับเพิ่ม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้ศึกษาวงเงินที่ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากทั่วโลก ให้พิจารณาตั้งคณะทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ

 

นายกฯ สั่งตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิดเพิ่ม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ด้านการแพทย์ ให้สาธารณสุขพิจารณาดูมาตรการต่างๆ การดูแล ติดตามเพื่อตรวจสอบ รวมทั้งสาเหตุที่มีการติดเชื้อ ตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด และจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งในประเทศ และต่างประเทศ แหล่งที่มาของเชื้อต่างๆ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตรวจสอบการคัดกรอง และรักษาในโรงพยาบาลทั้งเอกชน และโดยเฉพาะในภาคใต้ยังมีตัวเลขการแพร่ระบาด โดยในโอกาสนี้ กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า แบ่งการดูแล คือ 1.PUI ผู้ป่วยแล้ว ดูแล 2.ผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ทำการสอบสวน 3.ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก โดยที่ภูเก็ตทำไปกว่า 1500 ราย และ4.ดูแลการเฝ้าระวัง กำหนดเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิต 1.26% อิตาลี 12.63% อังกฤษ 11.03% ถือว่าประเทศไทยดำเนินการได้ดี นายกรัฐมนตรีได้สั่งการขอให้มีการควบคุมการดำเนินการให้ดียิ่งขึ้น ให้จำนวนลดลงได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ในด้านจัดการคัดกรองและระบบกักตัวเพื่อเฝ้าระวัง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานจัดการไม่ให้มีปัญหา โดยผ่านการบริหารแบบบูรณาการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงให้ทยอยเดินทางกลับเพื่อรัฐบาลจะได้จัดระบบที่เหมาะสมรองรับ โดยพิจารณาการ State Quarantine สำหรับผู้ที่เดินทางมาทางอากาศ และดำเนินการ Local Quarantine ให้กับกลุ่มคนที่เดินทางผ่านด่านชายแดนทางบก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาแบ่งการเดินทางเข้าประเทศไทยเป็น 2 ประเภทคือคนไทยที่จะเดินทางจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเสี่ยง เพื่อกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มต้องผ่านกระบวนการ State Quarantine ที่เหมาะสม ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการดูแลคนไทยที่พักอาศัยในต่างประเทศแม้ว่าไม่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศก็ต้องดูแลให้ดี

 

นายกฯสั่งกท.เตรียมจัดการ State Quarantineให้เพียง

นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ กระทรวงกลาโหมและมหาดไทยพิจารณาเตรียมการร่วมกันด้านการจัดการ State Quarantine โดยให้พิจารณาให้ละเอียด เพียงพอ ทั้งอุปกรณ์ บุคลากร ให้พร้อมใช้ และเป็นประโยชน์ โดยในสถานที่บางแห่งซึ่งได้ปรับเปลี่ยนใช้เป็นโรงพยาบาลในการรองรับผู้ป่วย ขอให้บันทึกแนวทางการรักษา การเตรียมรับมือสถานการณ์ ในรูปแบบต่างๆ ไว้ เพื่อเป็นประวัติศาสตร์และเป็นแนวทาง หากเกิดโรคระบาดใหม่ สิ่งที่บันทึกจะเป็นเสมือนคู่มือในการดำเนินการ รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณ หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ข้อยกเว้นตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. โรคระบาด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ประชาสัมพันธ์ชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนไม่ให้เกิดข้อสงสัย หน้ากากอนามัยแต่ละชนิดผลิตได้มากแค่ไหน ต้องการใช้จำนวนเท่าใด หน้ากากอนามัย N95 หน้ากากผ้า ตลอดจนให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักในการให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับความพร้อมเรื่องยารักษาโรคว่ามีเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ อย่าให้สิ่งที่มีการสื่อสารตีความผิดพลาดถูกนำออกไปเป็นประเด็นทางการเมือง ให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกหน่วยงานมีความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และให้โฆษกกระทรวงต่างๆ ชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนเอง ควบคู่ไปกับการแถลงสถานการณ์ของโฆษก ศบค. ในแต่ละวัน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close