นายกฯสั่งพลิกตำรา-ศึกษาตปท.แก้ฝุ่นPM2.5

นายกฯสั่งพลิกตำรา-ศึกษา ตปท.แก้ฝุ่น PM2.5 ห่วงยาแรงกระทบเป็นลูกโซ่ สร้างปัญหาใหม่ ย้อนใช้ กม.เคร่งครัดจริง พท.-อนค. รับผิดชอบไหวหรือไม่

มีรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลเล็งเห็นมาตลอดว่า ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 นั้น ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวัง เตรียมหาแนวทางรับมือ ตลอดจนมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาเพิ่มเติมจากกรณีศึกษาและการแก้ไขปัญหาของต่างประเทศ ที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเป็นยาแรง

 

ทั้งนี้ หากมีการใช้มาตรการยาแรงบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นที่เสนอกันมา ทั้งการจับรถควันดำทุกประเภท ห้ามวิ่ง, จับรถบรรทุกไม่มีผ้าคลุมฝุ่น หรือโคลนติดล้อ, จัดการรถทะเบียนเลขคู่-คี่ ให้วิ่งเฉพาะพื้นที่ หรือวันคู่วันคี่ รวมทั้งห้ามใช้รถอายุเกิน 10-15 ปี, สั่งปิดโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่นเกินมาตรฐานทันที, ห้ามรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซลวิ่ง โดยบังคับให้ใช้เฉพาะน้ำมัน B5 วิ่ง, สั่งหยุดราชการ ปิดโรงเรียน ปิดศูนย์การค้า หรือจำกัดวันเพื่อลดการใช้รถ, หยุดการก่อสร้างขนาดใหญ่ทุกชนิดเป็นการชั่วคราว และการเปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะ ทั้ง ขสมก. หรือ แท็กเป็นรถไฟฟ้า ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน และจะกระทบต่อเป็นลูกโซ่อีกหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งหลายเรื่องก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นเช่นนี้นายกรัฐมนตรี ก็เข้าใจเหตุผลความจำเป็น และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปวางมาตรการที่ค่อยเป็นค่อยไปจากเบาไปให้หนัก เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนมากเกินไป

 

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย และ พรรคอนาคตใหม่ ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ยาแรง เป็นแค่ลูกไม้ตีกินทางการเมืองเท่านั้น เพราะรู้ดี ไม่ว่ารัฐบาลใดก็ไม่สามารถผลักดันมาตรการยาแรงให้เกิดขึ้นได้จริง และหาก ตัดสินใจใช้ยาแรงจริง ก็จะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนอื่น โดยเฉพาะผลกระทบทางเศรษฐกิจ ก็คงถูกหยิบเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลอย่างแน่นอน

พร้อมถามกลับว่าพรรคเพื่อไทย หรือพรรคอนาคตใหม่ จะร่วมกันรับผิดชอบหรือไม่ และประชาชนรับยาแรงขนานใดได้บ้าง ซึ่งแต่ละภาคส่วน แต่ละสาขาอาชีพ ก็ย่อมเห็นไม่ตรงกันอีก และจะมีผลกระทบความเดือดร้อนของประชาชนที่ตามมา ซึ่งคนเป็นรัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ไม่แก้ปัญหาหนึ่งไปสู่อีกหลายปัญหา

 

PM2.5 แนวโน้มลดลง-พบ15เขตเกินค่ามาตรฐานกระทบต่อสุขภาพ

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) ตรวจวัดได้ 31-74 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ย 49 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลงแต่ยังคงมีค่าเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 15 เขต คือ เขตวังทองหลาง เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตบางกะปิ เขตลาดกระบัง เขตคลองสาน เขตบางเขน เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบึงกุ่ม เขตคลองสามวา เขตสายไหม และเขตดอนเมือง

ด้านนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่อง เพื่อประสานดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งมอบหมายให้ 50 สำนักงานเขต หากพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินกว่าค่ามาตรฐาน ให้เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดถนนและทางเท้า การพ่นฉีดละอองน้ำในอากาศเพื่อดักจับฝุ่นละออง

สำหรับดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลาง จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยทางเดินหายใจ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ตรวจสภาพเครื่องยนต์ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด ดูแลบำรุงรักษารถยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ เพื่อป้องกันไม่ให้มลพิษเกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนกำชับพนักงานขับรถยนต์ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง เมื่อไม่ได้ปฏิบัติงานหรือจอดรถรอรับ-ส่ง รวมถึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ตรวจสอบสภาพรถไม่ให้ปล่อยควันดำ งดเผาในที่โล่งแจ้ง การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีและลดมลพิษในอากาศ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบพื้นที่ที่พบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ www.bangkokairquality.com แอปพลิเคชัน กทม.Connect และช่องทางอื่น ๆ

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close