นายกฯเยี่ยมชมภารกิจ”ดีป้า”มีความสุขได้เจอสตาร์ทอัพ

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมภารกิจของ"ดีป้า" บอกมีความสุขที่ได้เจอกับสตาร์ทอัพ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมภารกิจของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีความสุข ที่ได้พบกับสตาร์ทอัพ เพราะนี้คืออนาคตของประเทศ และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศ ถูกต่อยอดมาจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ทั้งสิ้น และวันนี้ทุกคนก็บ่นเรื่องกฎหมาย ยืนยันว่า สามารถแก้ไขได้ เพราะถูกร่างด้วยมนุษย์ แต่ต้องเป็นไปตามกลไก

ส่วนนายกรัฐมนตรี เองก็พยายามปรับตัวให้ทันสมัย เพราะแต่ก่อนเป็นทหาร สั่งคนไปรบ แต่เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องช่วยเหลือคนจน และทำทุกอย่างให้เท่าเทียมกัน และจะต้องพาไปให้หมดด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 หรือรถไฟขบวนที่ 12 ของลุงตู่

ส่วนตัวได้พูดคุยกับ”ดีป้า” เห็นความตั้งใจ แต่อยากให้ต้องการเห็นการเชื่อมโยงและช่วยกัน หากรวมกลุ่มกันมารัฐบาลจะส่งเสริมให้ตรงกลุ่ม และหากผลิตภัณฑ์ใดมีคนใช้และมีข้อมูล ให้ส่งเข้ามาที่ภาครัฐ ก็พร้อมจะส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ บางทีลงพื้นที่ตามตลาด ก็มาบ่นว่าค้าขายไม่ดี อยากให้ช่วยใช้มาตรา 44 แต่มาตรา 44 ไม่มีแล้ว และไม่ใช่ว่าจะสั่งใครได้

พร้อมได้พูดถึงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น เรื่องคุรุภัณฑ์ ที่ทางกลุ่มสตาร์ทอัพได้ฝากเรื่องอธิปไตยการลงทุน หรือ การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้พูดแหย่ ว่า เรื่องนี้น่าเป็นห่วง และระบุว่าเราไม่ได้เสียอธิประธิปไตย อำนาจอธิประธิปไตยยังเป็นของคนไทยทุกประการ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่หญิงสาวถูกชายขี่รถจักรยานยนต์ชกหน้า เพราะไม่พอใจกระพริบไฟใส่ ว่าทำให้สังคมดูแย่ อยากให้อภัยกันบ้างหากไม่ใช้เรื่องร้ายแรงเมื่อขอโทษก็ควรจบ เหตุการณ์นี้ทำให้สังคมดูรุนแรง เหมือนกับเรื่องยาเสพติดที่รัฐบาลพยายามแก้มาโดยตลอดผ่านกระบวนการยุติธรรม ที่จะก้าวล่วง หรือไปสั่งศาลไม่ได้ เพราะตนเองก็โดนเล่นงานเช่นกัน แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ต้องรับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่า ที่เข้ามาบริหารประเทศเพราะลูกหลาน และประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน ต้องเคารพชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขออย่าเป็นห่วงว่าจะเข้ามาหาประโยชน์ เพราะคิดถึงประโยชน์ของแผ่นดินและลูกหลาน ซึ่งตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศก็ไม่เคยสั่งให้รถนำขบวนเปิดสัญญาณไซเรน แต่บางครั้งมีเรื่องเร่งด่วน ก็ต้องเปิดบ้าง แต่ขณะนี้ได้สั่งห้ามคณะรัฐมนตรีห้ามเปิดไซเรน หากไม่ใช่เรื่องจะเป็นจะตาย พร้อมยังระบุด้วยว่า หากรถนำขบวนคันใดเปิดจะสั่งขัง เพราะทำให้ประชาชนเดือดร้อน

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี ขอให้กลุ่มสตาร์ทอัพเชื่อลุงบ้าง แม้เชื่อไม่หมดก็ไม่เป็นไร บางครั้งอาจจะพูดเยอะ เพราะต้องการให้เข้าใจตรงกัน ซึ่งที่ผ่านมาถูกกล่าวหาว่าไม่เข้าใจการบริหารประเทศ โจมตีเรื่องเศรษฐกิจ แต่ก็อยู่มาจน 5 ปี และเรื่องดังกล่าวก็ไม่แย่ หลายอย่างมีปัญหามานานจึงต้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนให้ได้ แบบ Stronger Together

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวยกล้อกับกลุ่มสตาร์ทอัพว่าจะเลิกเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อมาเป็นนายก Start Up เพื่อมาเป็นนายกสตาร์ทอัพแทนเนื่องจากรู้สึกมีความสุข และตามถือว่าอย่าให้มีเรื่องการเมือง รวมถึงงดให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนบอกเพียงว่าไม่มีคำถามแล้วไม่มีคำตอบ

ข่าวน่าสนใจ

Close