สทนช.รับปริมาณน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบทุกภาค

สทนช.รับปริมาณน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบทุกภาค เขื่อนหลักแม่เจ้าพระยา หากไม่มีน้ำมาเติมจะระบายได้อีก 54 วัน สถานการณ์ขาดแคลนน้ำ รพ.สุรินทร์ คลี่คลายแล้ว

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า สถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศไทยมีปริมาณฝนตกตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 11 สิงหาคม มีปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่มีค่ามากกว่าร้อยละ 1 ขณะที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 3 สำหรับการคาดการณ์ปริมาณ?ฝนใน ระยะ 3 เดือน ต่อจากนี้, เดือนสิงหาคม ปริมาณฝนจะใกล้เคียงกับค่าปกติ ยกเว้น ภาคกลางและภาคตะวันออก, เดือนกันยายนบริเวณใกล้เคียงค่าปกติยกเว้นภาคใต้, เดือนตุลาคมปริมาณฝนในทุกภาคต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 10 ซึ่งได้มีการเตรียมรับมือในสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงแล้ว

ขณะที่ การเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนวิภาในช่วงเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้ภาคเหนือภาคอีสานภาคกลางภาคตะวันออกมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดมีน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 1,560 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำปัจจุบันทั้งประเทศมีประมาณ 40,062 ล้าน ลบ.ม. (49%)? โดยภาคเหนือภาคกลางภาคอีสานและภาคตะวันออกมีน้ำน้อยกว่าร้อยละ 50 โดยแหล่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำใช้การน้อยกว่า ร้อยละ 30 ถึง 26 แห่ง ด้านสถานการณ์น้ำเขื่อนหลักแม่เจ้าพระยามีปริมาณน้ำใช้การ 1,457 ล้าน ลบ.ม.ระบายน้ำวันละ 21 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งหากไม่มีน้ำมาเติมจะระบายได้อีก 54 วัน

ส่วนการพิจารณาการปรับปรุงประมาณแผนการพัฒนาการบริหารจัดการปี 2563 ได้ปรับปรุงของบประมาณเพิ่มเติมรวมเป็นงบประมาณอีก 1.8 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มแหล่งน้ำลดภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นายสมเกียรติ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ขาดแคลนน้ำที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ว่า สถานการณ์คลี่คลายแล้ว จากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ และเน้นย้ำให้จัดหาน้ำสำรองเพิ่มเติมด้วย ขณะเดียวกันนอกจากปัญหาภัยแล้ง ยังต้องติดตามสถานการณ์อ่างเก็บน้ำมรสวบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเร่งพร่องน้ำ เพื่อความปลอดภัย และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหากมีฝนตกปริมาณมาก พร้อมให้แจ้งเตือนประชาชนด้วย

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close