“วิษณุ”ชี้ปธ.สภาไม่ต้องมาจากพรรคใหญ่แนะรอฟังคดีธนาธร

วิษณุคาดได้ คนใหม่ภายในพ.ค.นี้ ชี้ ปธ.สภาฯ ไม่ต้องมาจากพรรคใหญ่ พร้อมแนะรอฟังคดีธนาธรไม่ตอบต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ด้านนายกฯไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษช่วงโค้งสุดท้าย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากเปิดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.) ว่า จะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายในเดือนพ.ค.นี้ แต่ก่อนจะตั้งคณะรัฐมนตรีได้ ต้องมีการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และยังมีการแถลงนโยบาย ดังนั้นจะใช้เวลาสิ้นสุดไปถึงเดือนมิถุนายน เพียงแค่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก็ทำให้รัฐบาลเก่าพ้นไปแล้ว แต่รัฐบาลใหม่ยังทำงานยาก เพราะต้องมีการแถลงนโยบายภายใน 15 วัน ส่วนจะรวดเร็วมากน้อยแค่ไหนนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ ว่าจะเขียนนโยบายเสร็จเมื่อใด เพราะเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคก็ต้องนำเอานโยบายขงพรรคอื่นๆมาด้วย จะเอาแต่นโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียวคงไม่มีใครยอม

นายวิษณุ ยังกล่าวยืนยันว่า ในส่วนของตนเองยังไม่มีใครติดต่อทาบทามให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลหน้า และไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน อีกทั้งยังไม่ขอบอกถึงอนาคตเส้นทางการเมืองของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมีใครเป็นผู้ไปทาบทาม และไม่เชื่อว่ามีใครถูกทาบทาม เพราะใครจะเป็นรัฐบาลยังไม่ทราบ จึงไม่มีใครไปตั้งเงื่อนไขหรือเตรียมการ แต่สำหรับพรรคที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลเวลานี้ก็คงยังไม่พูดถึงตัวบุคคลด้วยซ้ำ อาจจะพูดถึงตำแหน่งเท่านั้น เพราะต้องได้ตำแหน่งถึงจะรู้ว่าใครจะเหมาะสม หากเอาคนขึ้นมาก่อนตำแหน่งก็จะซี้ซั่ว แต่วันนี้ยังไม่รู้ว่าพรรคไหนจะจับมือกันตั้งรัฐบาลด้วยซ้ำ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่หนึ่ง ก่อนจะคิดถึงขั้นตอนต่อไป และทุกขั้นตอนมีโอกาสสะดุดได้หมด เนื่องจากเคยมีแล้วที่จับมือกันจะเป็นรัฐบาล แบ่งโควต้า และได้รัฐมนตรีแล้ว พอไปถึงขั้นตอนการร่างนโยบายก็เกิดปัญหาและต้องเลิกเลย เพราะบางพรรคไม่ยอมหามไม่ยอมเอานโยบายของตนเองไปร่วมด้วย ซึ่งล้วนเกิดมาแล้วทั้งสิ้น

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่ว่าประธานรัฐสภาควรมาจากพรรคใหญ่หรือไม่ว่า นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา มีเพียง 3 เสียง ก็เคยเป็นมาแล้ว ดังนั้นอยู่ที่การยินยอมพร้อมใจกันของสมาชิกที่เลือก อาจเลือกพรรคใหญ่ หรือบางครั้งเมื่อพรรคใหญ่ได้เป็นรัฐบาลแล้วอาจะเลือกพรรคที่ 2 หรือบางครั้งไม่เกี่ยวกับพรรคที่ 1 หรือ พรรคที่ 2 แต่เป็นเรื่องการต่อรอง และอุดช่องว่างที่มองว่าแม้บางพรรคจะมีไม่กี่เสียงแต่อาจทำหน้าที่ได้ดี ไม่มีการโน้นเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

“วิษณุ”ไม่ตอบ”ธนาธร”ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ 

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีการกู้เงินของพรรคการเมือง สามารถทำได้หรือไม่ ว่า ขอให้ฟังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีหน้าที่ต้องวินิจฉัย คนอื่นจะไปพูดกดดันเพราะเหตุใด ซึ่ง กกต. มีความรู้และมีส่วนร่างกฎหมายนี้ตั้งแต่ฉบับปี 2550 ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมายกับหลักการบัญชีกำหนดไว้ตรงกันหรือไม่ว่าเงินกู้เป็นรายได้หรือเป็นหนี้สิน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ตรงกัน และจะยึดหลักใดเป็นตัวตั้ง นายวิษณุ กล่าวว่า ใช้หลัก กกต.

ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องของ กกต. ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 จากกรณีถือหุ้นสื่อ จะกระทบต่อการเข้าร่วมรัฐพิธีเปิดสภาของนายธนาธร ในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.) หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะรับหรือไม่รับโดยใช้มาตราอะไร ถ้าใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 82 ก็ยังไม่ถึงขั้นวินิจฉัย แต่ถ้าไปถึงขั้นวินิจฉัยแล้ว ก็จะมีผลกระทบ แต่คิดว่าคงไม่เร็วขนาดนั้น

ส่วนจะมีความชัดเจนเลยหรือไม่ว่านายธนาธร จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.เป็นการชั่วคราวนั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ขอให้ฟังศาลก่อน ขอให้ฟังคนที่ควรฟังบ้าง อย่าฟังคนที่ไม่ควรฟัง

“วิษณุ”แจง นายกฯไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษช่วงโค้งสุดท้าย

ทั้งนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนส่งต่อไปยังรัฐบาลชุดใหม่ในช่วงเดือน มิ.ย. นี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ไม่ได้กำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ เพียงแต่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งน่าจะต้องรู้ว่าอะไรที่ต้องรีบเคลียร์ให้ได้ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื้อรังในรัฐบาลหน้า และสรุปสิ่งทีได้ทำมาเพื่อรายงานนายกรัฐมนตรี คล้ายๆ เป็นการปิดเรื่องในส่วนที่ตนเองได้ทำมา แต่สุดแล้วรัฐบาลใหม่จะทำอย่างไร

ส่วนที่มองว่าการเป็นรัฐบาลรัฐประหารเข้ามาแต่อยู่ได้นานขนาดนี้จะเป็นผลดีหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนตัวให้คนอื่นวิเคราะห์ เพราะเป็นเรื่องการติชม ส่วนจะชอบใจหรือไม่ก็แล้วแต่ทัศนะแต่ละคน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์บ้านเมืองพร้อมกัน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close