ร่วม-ไม่ร่วม”พปชร.”ปัญหาที่รอวันแตกแยก

พรุ่งนี้แล้ว สมัยประชุมของ สมาชิกสภาผู้แทนชุดที่ 25 ของประเทศไทย จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ แต่ความชัดเจน จับขั้วแบ่งข้างตั้งรัฐบาลยังฝุ่นตลบ หาความชัดเจนไม่ได้ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย

แรกเริ่มเดิมที ประชาธิปัตย์ และ ภูมิใจไทย ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ถูกมองว่า จะต้องจับมือกันอย่างแน่นอน ส่วนจะไปจับกับใครอีกนั้น ก็เดาได้ไม่ยาก แต่แล้ว หลังเลือกตั้งผ่านมา จนถึงวันนี้ ครบ 2 เดือนเต็มๆ ภาพที่เห็น ชัดเจน 2 พรรคนี้ จับมือกันเหนียวแน่นจริงๆ แต่จะไปรวมกับใครนั้นยังคุลมเครือ เพราะทั้งหมดอยู่ที่วาทศิลป์ ในการเจรจาของแกนนำ โดยเฉพาะ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หากได้ สมประโยชน์ ทั้ง 2 พรรค และพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยินดีตอบสนองก็คงไร้ปัญหา

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ไม่ว่า ทั้ง ค่ายสีฟ้า และ ค่าย สีน้ำเงิน จะได้ข้อสรุปไปทางไหน ก็มีคำถามคาใจอยู่ดีว่า เสียงของประชาธิปัตย์ 52 เสียงนั้น จะไปแบบครบถ้วน เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากตัดสินใจ ไปร่วมกับพลังประชารัฐ ที่เสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี แล้ว “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตแม่ทัพในสนามเลือกตั้ง ที่พ่ายแพ้ย่อยยับ จะยืนอยู่ตรงไหน จะน้อมรับมติของพรรคสนับสนุน “บิ๊กตู่” หรือไม่ หรือจะงดออกเสียง เพื่อรักษาเกียรติตัวเอง หรือจะยิ่งไปกว่านั้น คือตัดสินใจ “ลาออก” จากการเป็น ส.ส. เพื่อรักษาจุดยืน ตามที่มีการปล่อยข่าวกันมา

หรือหาก 2 พรรค ไม่ได้สิ่งที่เรียกร้องจากพลังประชารัฐ ตัดสินใจ พลิกเกม เดินหน้าสู้รวบรวมเสียง เป็นขั้วที่ 3 แข็งเมืองกับ พลังประชารัฐ ไปผนึกฝ่ายประชาธิปไตย 7 พรรค ที่อ้าแขนรอรับอยู่แล้ว 52 เสียงของประชาธิปัตย์ จะเทไปทั้งหมดหรือไม่ เพราะลำพัง ยังตัดสินใจไม่ชัด ในพรรคก็แตกเป็นเสี่ยงๆ มีทั้งคนที่จะไปอยู่ข้างพลังประชารัฐ อยู่แล้ว และคนที่เชียร์ ให้เดินไปทางขั้วที่ 3 อยู่แล้วเช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่ามติของพรรค จะเป็นแบบไหน คงต้องรอลุ้นดูใจ ของคนหัวใจสีฟ้า ว่ายังเป็นหนึ่งเดียว เคารพมติพรรคเหนือสิ่งอื่นใด หรือจะยึดตัวเองเป็นที่ตั้งสวนมติ ทำให้เกิดรอยร้าวที่บาดลึก เป็นแผลฉกรรจ์ ให้ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ผู้นำคนใหม่ต้องมาเป็นกาวใจในการสมานแผลต่อไป

จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ต้องติดตาม นอกจากเรื่องของมติพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะไปทางไหนแล้ว เรื่องภายในของค่ายสีฟ้า คือสิ่งที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะปัญหาภายในของพรรค อาจจะลุกลามบานปลายในอนาคต จนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้นั่นเอง เพราะนับรวมสมการแล้ว เสียงของรัฐบาล หากประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย เข้าร่วม
รวมถึงชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนาด้วย ก็ยังค่อนข้างที่จะปริ่มน้ำจนน่าเป็นห่วง 253 ต่อ 245 เท่านั้น ….

ข่าวน่าสนใจ

Close