หมดเวลายื้อพรุ่งนี้2พรรคร่วมรบ.แน่

เหลืออีก 2 วัน ก็จะมีรัฐพิธี เปิดสมัยประชุมอย่างเป็นทางการ ขณะที่จัดตั้งรัฐบาล ยังเห็นภาพไม่ชัด แม้หลายคนมั่นใจว่า ปิดจ็อบ จบทุกดีลแล้วก็ตาม แต่ตราบใด ยังไม่มีการเลือกประธานสภา ที่แสดงออกถึงความร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็ยังวางใจไม่ได้

จากสภาพการที่ประจักษ์ชัดในขั้นต้น มี 2 ขั้ว ชัดเจน คือ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นำโดย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็ก รวม 137 เสียง กับ ฝั่งต่อต้านสืบทอดอำนาจที่มี เพื่อไทย และพันธมิตร รวม 7 พรรค 245 เสียง แต่จากการที่พลังประชารัฐ ยังไม่สามารถรวมกลุ่มเสียงของพรรคต่างๆ และแถลงอย่างเป็นทางการได้ ว่ามีครบ 253 ที่นั่งแล้ว จึงมีกระแสต่างๆมากมาย ว่าจะเกิดขั้ว ที่ 3 บ้าง โดยเฉพาะเสียงที่ยังไร้จุดยืน ว่าจะไปทางไหน จาก 4 พรรค “ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย
-ชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนา” 116 ที่นั่ง ซึ่งแน่นอน หากฝ่ายไหนได้ไป ก็จะกลายเป็นเสียงข้างมากทันที

ประเด็นปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ “ประชาธิปัตย์” ที่เสียงแตก “ร่วม-ไม่ร่วม” กับพลังประชารัฐ ต่างมี พอๆ กัน ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เกิดความขัดแย้ง ปีนเกลียวกันอยู่ในพรรคจนถึงขณะนี้ แม้จะมีผู้นำใหม่ และ กรรมการบริหารพรรคแล้ว ประชุมร่วม ส.ส.ก็แล้ว แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ แม้จะมีมติให้ กรรมการบริหาร เดินพบปะพรรคการเมืองอื่นเพื่อจับขั้วได้ แต่ยังไร้วี่แวว ว่าจะลงตัว มีเพียงภาพในเชิงบวก ที่เห็น “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาธิการพรรค ไปร่วมรับประทานอาหารกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น และบอกเป็นท่าทีทางการเมืองว่ากำลังทำงานร่วมกัน ซึ่งหาก “สีฟ้า” กับ “สีน้ำเงิน” คลิกกันลงตัว เชื่อว่าทุกอย่างคงไม่มีปัญหา เพียงแต่ตอนนี้ จะเดินไปทางไหน ซ้ายคือพลังประชารัฐ ขวาคือเพื่อไทย หรือจะตั้งเป็นขั้วใหม่ นำไปสู่การเจรจาต่อรองใหม่ ที่มี 2 พรรคเป็นแกนนำ และหาพันธมิตรเพิ่มรวมเสียงใหม่ พลิกเกม ที่ 2 พรรค เป็นรองจากผลเลือกตั้งให้กลับมาได้เปรียบ และเป็นฝ่ายคุมเกมนั่นเอง

แนวทางขั้วที่ 3 ในทางทฤษฏี นั้น ยังพอมีโอกาส แต่ในทางปฏิบัติ นั้นยากมาก เพราะต้องคำนึงถึงเสียง ส.ว.ด้วย แม้ทางออกมีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว แต่มันก็ยังเป็นทางตัน เพราะสมการตัวเลขเวลานี้ ไม่เป็นใจ ต่อ ขั้วที่ 2 หรือขั้วที่ 3 เลย คงจะมีเพียงทางออกเดียว ให้ ประชาธิปัตย์ และ ภูมิใจไทย เดินเข้าหา พลังประชารัฐ และร่วมมือกันทำงานเพื่อบ้านเมืองเท่านั้น ที่ดูแล้ว ง่ายที่สุด เจ็บตัวน้อยสุด ส่วนจะอยู่ยาว อยู่ยืด หรือไม่ คงยากที่จะตอบ ต้องดูผลประโยชน์ของทุกฝ่ายว่าวินๆ มากแค่ไหน เพราะหากอีกฝ่ายได้มาก อีกฝั่งได้น้อย ไม่คุ้มค่ากับการเสียจุดยืน เสียหลักการ เสียคำพูด การร่วมกันทำงาน ย่อมมีช่องโหว่ ช่องว่างทางใจ จะให้ทำงานแบบแนบแน่น ราบรื่นตลอดรอดฝั่งก็คงยาก

ดังนั้นหลังจากนี้ ก่อนที่จะมีการเปิดสมัยประชุมเป็นทางการ เราคงได้เห็นความชัดเจน ของการจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้น และถ้าไม่มีอะไรพลิกโผ ไปจากภาพการกินข้าวเย็นด้วยกันของ “อนุทิน และ เฉลิมชัย” เมื่อวานนี้ ในวันพรุ่งนี้ 23 พ.ค. เราคงได้เห็นความชัดเจนจาก 2 พรรคอย่างแน่นอน และฟันธงได้เลยว่า ร่วมรัฐบาล100%….

ข่าวน่าสนใจ

Close