“ธนาธร”มีแต่ได้เดินเกมขั้ว3ตั้งรบ.-ส่อแพ้ฟาวล์

ยิ่งใกล้วันเปิดสมัยประชุม การจับขั้วทางการเมือง ทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และการออกมาแฉของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" เรื่องพรรคใหญ่ขอ 20 ส.ส. เพื่อแลกกับการยุติคดีความนั้น เป็นการบ่งบอกว่าสมการตัวเลขของทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่ลงตัว หรือเป็นแค่เกมดิสเครดิตกันเท่านั้น

เดิมที ขั้วประชาธิปไตย กุมความได้เปรียบจากการจับมือกันของ 7 พรรค ก่อนจะโดนสูตรบัญชีรายชื่อสุดพิสดาร สอยให้เสียเปรียบ ขาดไปประมาณ 5 เสียง และมีแนวโน้มว่า ฝั่งพลังประชารัฐ จะรวบรวมเสียงที่เหลือได้ทั้งหมด รวมถึงของ “ประชาธิปัตย์” ที่เพิ่งจะมีหัวหน้าคนใหม่ แต่เมื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ออกมาแฉว่า พรรคใหญ่ พยายามติดต่อผ่านทางคุณแม่สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อขอ 20 เสียงของอนาคตใหม่ เพื่อแลกกับคดีความที่ถูกดำเนินการอยู่ ทำให้ ไม่อาจปักใจเชื่อว่า ดีลการเมืองทั้งหมดจบลงแล้ว

จากสมการที่คิดว่า ส.ส.ที่ กกต. รับรองมาแล้ว 498 คน อยู่ฝั่งประชาธิปไตย 245 กับอีกฝ่ายจะมี 253 หรือมากกว่านั้น เพราะมีงูเห่า และมีบางพรรคเปลี่ยนใจ แต่เมื่อมีการแฉออกมา และระบุตัวเลขที่ชัดเจน ว่าต้องการ 20 เสียง ซึ่งจะจริง หรือไม่จริง มีคนเดียวที่จะตอบได้ก็คือ “คุณแม่สมพร” แต่ที่น่าสนใจคือ ตัวเลข 20 นี้ สอดรับกับจำนวน ของพรรคสีฟ้า ที่อาจขาดหายไป ไม่ร่วมโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ตามที่มีการยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์ กว่า 30 คนปีกของ “ถาวร เสนเนียม” พร้อมร่วมหนุนพลังประชารัฐ หรือนี่อาจเป็นแผน 2 ที่มีการสำรองไว้ เผื่อเหลือเผื่อขาด กรณีที่ประชาธิปัตย์ ภายใต้ผู้นำใหม่ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกของ “ชวน หลีกภัย” จะยึดหลักการเดิมเลือกรักษาฐานเสียง หนุนพลังประชารัฐไม่เต็มตัว ปล่อยสมาชิกฟรีโหวตนั่นเอง

แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงการคาดการณ์ บนสมการความน่าจะเป็นของตัวเลขที่แต่ละฝ่ายน่าจะมีเท่านั้น และปรากฏการณ์ ที่ “ธนาธร” ออกมาประกาศตัว พร้อมเป็นนายกฯ เดินหน้าชนกับ คสช. กับพลังประชารัฐ ในการประสานขั้วที่ 3 เจรจากับ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา เพื่อตั้งรัฐบาลแข่งนั้น สามารถบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง คือการจับขั้วต่างๆ ยังไม่จบ คือประเด็นหลัก แต่อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เพื่อไทย ไม่สู้แล้ว ยอมแพ้ ยอมถอย หลีกทางให้อนาคตใหม่ สู้โดยลำพัง ความเป็นเอกภาพของสัตยาบรรณ 7 พรรคได้ถูกทำลายลงแล้ว เพราะมีคนเปลี่ยนขั้วย้ายข้างไปอยู่กับพลังประชารัฐแล้ว จึงทำให้ “ธนาธร” จำเป็นต้องหันมาเดินเกม ขั้วที่ 3 เพื่อหวังชิงเสียงคืนอีกครั้ง

ส่วนจะทำได้ หรือไม่ได้ คงไม่ใช่ประเด็น เพราะเวลานี้ อนาคตใหม่ ของ “ธนาธร” ได้ใจ ได้คะแนนจากประชาชนมากขึ้น หลังได้เห็นถึงความพยายามที่จะสู้กับการสืบทอดอำนาจแบบเต็มกำลัง ต่างจากเพื่อไทย ที่แอบสู้อยู่ในมุ้งเท่านั้น ส่วนคนที่สู้ จะได้ไปต่อ หรือจอดป้ายแค่นี้ สภาก็ไม่ได้เข้า ก็คงต้องลุ้นกันอีกที ว่า มติศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นคุณ หรือ เป็นโทษ ต่อ “ธนาธร”

ข่าวน่าสนใจ

Close