“เสรีพิศุทธ์”ชวนปชป.,ภท.เร่งตัดสินใจ-ขอนับคะแนนใหม่ทั่วปท.

"เสรีพิศุทธ์" ย้ำอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ชวนประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทยเร่งตัดสินใจ ขอ กกต. นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ พร้อมจัดเลือกตั้งใหม่ นครปฐมเขต 1 ชี้ จนท. ไม่มีความรอบคอบ นับใหม่ก็มีคะแนนไม่ตรงกัน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำ ส.ส. ของพรรรค เดินทางมารับเอกสารรับรองการเป็น ส.ส. พร้อมกล่าวชี้แจงว่า พรรคเสรีรวมไทยได้ ส.ส. 10 คน ซึ่งถือเป็นพรรคเล็ก แต่ก็เข้าร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตย จึงขอเชิญชวนพรรคที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ถ้าหากทั้งสองพรรคมาร่วมพรรคฝ่ายประชาธิปไตย มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะยกตำแหน่งสำคัญให้ทั้งสองพรรค และหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อยากเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเสรีรวมไทยก็พร้อมสนับสนุน หรือไม่ก็เอาตำแหน่งของตนเองไปเลย “ตนไม่เอาสักตำแหน่ง” และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะยอม ซึ่งตนเองจะเป็นตัวกลางในการเดินหน้าประสานงานพูดคุยให้ทั้งสองพรรคมาร่วมฝ่ายประชาธิปไตย

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ว่าขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จังหวัดนครปฐม เนื่องจากเห็นว่าการนับคะแนนของ กกต. ไม่มีความรอบคอบ นับใหม่ก็มีคะแนนไม่ตรงกัน พร้อมขอให้ยกเลิกมติ กกต. ที่สั่งให้ นายณัฑฐภณ ฉิมอินทร์ ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคขาดคุณสมบัติด้วย เนื่องจากเคยถูกให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งที่คดีดังกล่าวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้องแล้ว และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุด จึงไม่เป็นธรรมกับผู้สมัคร จึงส่งผลให้คะแนนรวมของพรรคลดลง และ ส.ส. บัญชีรายชื่อหายไป 1 คน ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม พร้อมไม่เห็นด้วยกับการที่ กกต. ให้ ส.ส. กับพรรคที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย

นอกจากนี้ ยังขอคัดลอกสำเนา กรณีที่ตนเองถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครเป็น ส.ส. เนื่องจากเคยถูกให้พ้นจากราชการ และจะใช้สิทธิ์นำเสนอข่าวโต้กลับ และดำเนินคดีอาญากับผู้ร้องตามกฎหมายต่อไป ซึ่งตนเองไม่กังวลในกรณีดังกล่าว เนื่องจากว่าการถูกพ้นจากราชการนั้น เกิดจากการถูกกลั่นแกล้ง และเมื่อสอบสวนไปแล้วตนเองไม่มีความผิดจริง ก็ได้กลับเข้าสู่ราชการ คำสั่งต่างๆก็ถือว่ายกเลิกหมด

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงกระแสการให้ขั้วที่ 3 อย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาลว่า ขั้วที่ 3 อย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ มีแค่ 2 พรรค เสียงรวมกันแค่ 100 เสียง แต่ฝ่ายเผด็จการสืบทอดอำนาจ มี ส.ว.แต่งตั้ง 250 พร้อมยกมือให้ นอกจากพรรคขั้วที่ 3 รวมกับฝ่ายประชาธิปไตย โอกาสจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นไปได้ เพื่อไทยพร้อมสละสิทธิ์ให้เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย สุดท้ายจึงอยู่ที่การตัดสินใจของ 2 พรรคนี้ ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

พร้อมเปิดเผยว่า ได้พบนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อช่วงเช้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนก็ชวนให้มาอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เพราะไปอยู่กับฝ่ายสืบทอดอำนาจ ก็ไม่ได้รับความสำคัญ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ กระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหม  กระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้ แต่มาอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย กระทรวงคมนาคมที่อยากเป็น ก็พร้อมยกให้ และที่ผ่านมานายอนุทินก็เคยพูดในเวทีดีเบตว่า นายกรัฐมนตรีต้องผ่านเวทีดีเบตไม่เช่นนั้น ไม่ยอมรับ นายอนุทินก็ควรมีสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชน

ขณะเดียวกัน ตนเองคงพูดแทนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพียงแต่ได้ยินว่า พร้อมยกนายกรัฐมนตรีให้ ส่วนตนเองไม่เอาตำแหน่งอะไรก็ได้ และที่ผ่านมาก็เคยชวนพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด โดยพร้อมยก 10 เสียงของ ส.ส.ให้

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close