ปชป.จุดยืนไม่เปลี่ยนดับฝันรบ.ขั้วที่3

กระแสข่าวรัฐบาลขั้วที่ 3 จะเป็นไปได้ หรือมีมูลมากแค่ไหน คงยังไม่มีใครตอบได้ เพราะโอกาสที่จะเกิด หรือไม่เกิด รัฐบาลขั้วที่ 2 ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

เป็นที่แน่นอนว่า หลังมีกระแสข่าวรัฐบาลขั้วที่ 3 ที่ถูกปล่อยมาจากฝั่งของ อนาคตใหม่ และเพื่อไทย นั้น พรรคที่ถูกกดดัน และถูกจับตา ต่อท่าทีทางการเมืองมากที่สุดคือ “ค่ายสีฟ้า” ประชาธิปัตย์ และ “ค่ายสีน้ำเงิน” ภูมิใจไทย เพราะถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด หากพรรคใดพรรคหนึ่ง หลงเหลี่ยม เข้าสู่เกมของ อนาคตใหม่ และเพื่อไทย ที่หวังจะใช้เสียงของ ส.ส. ที่มีประชาชนหนุนหลัง เพื่อสู้กับอำนาจของ คสช. ที่แฝงมาในคราบ ส.ว. แล้ว การเมืองหลังจากนี้ ก็คงจะเดินต่อไปได้ยาก

“ค่ายสีน้ำเงิน” แม้จะได้รับข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เพราะ รัฐบาลขั้วที่ 3 จะดัน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ แต่ภาพเก่าในอดีต ที่ “เนวิน ชิดชอบ” แบ็คใหญ่ของพรรคเคยประกาศไว้ เมื่อครั้งเพื่อนๆ น้องๆ ในสังกัด แยกตัวจากพลังประชาชน มาเป็นภูมิใจไทย คงเป็นตัวค้ำยันได้พอสมควรว่า การกลับไปร่วมงานกับฝั่งเพื่อไทยนั้น ก็ยากพอสมควร

ส่วน “ค่ายสีฟ้า” คู่ปรับตัวฉกาจของเพื่อไทย ก็เปรียบเหมือนน้ำ กับ น้ำมัน ไม่สามารถที่จะรวมกันได้อย่างแน่นอน แม้ว่า เวลานี้ จะยังไม่มีหัวหน้าพรรคตัวจริง หลัง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ลาออกในวันที่แพ้เลือกตั้งอย่างหมดรูป และเตรียมจะเลือกผู้นำคนใหม่กันในวันที่ 15 พ.ค. นี้ เพื่อมาตัดสินใจครั้งสำคัญ แคนดิเดตมีกัน 4 คน “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์- กรณ์
จาติกวณิช-อภิรักษ์ โกษะโยธิน-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” โดยทั้ง 4 คน มีความโดดเด่นคนละด้านคือ งานสภา,เศรษฐกิจ,บริหาร และกฏหมาย ตามลำดับ แถมซึ่ง 3 ใน 4 ชื่อ เคยเป็นรองหัวหน้าพรรคในยุคของ “อภิสิทธิ์” และมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ เห็นได้จากการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งก่อนหน้านี้ ดังนั้นจุดยืน อาจจะไม่แตกต่างจาก “อภิสิทธิ์” ก็ได้

อย่างไรก็ตาม แคนดิเดต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน ส่งสัญญาณชัดเจนอยู่แล้ว ว่าหากได้เป็นหัวหน้าพรรค ทิศทางของพรรคจะเป็นอย่างไร “กรณ์” เคยประกาศ และเคยตอบไปแล้ว ว่าเป็นไปไม่ได้ ที่จะไปรวมกับเพื่อไทย ขณะ “พีระพันธุ์” ก็เคยพูดชัดเจนในการแสดงวิสัยทัศน์ ว่าการเข้ามาครั้งนี้ หากได้เป็นหัวหน้าพรรค ก็จะฟื้นฟูพรรค โดยไม่สนใจตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเหมือนเป็นคำตอบกลายๆว่า จะเอียงไปทางฝั่งไหน ส่วน “จุรินทร์” แม้จะไม่เคยพูดอะไรให้ผูกมัดตัวเองแบบชัดเจนเหมือน “กรณ์” และ “พีระพันธุ์” แต่จากบทบาทที่ผ่านๆ มา สอดรับกับท่าทีของ “อภิสิทธิ์” และคล้อยตาม “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคมาตลอด ก็ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่า หากได้เป็นหัวหน้าพรรค แล้วจะตัดสินใจอย่างไร

ดังนั้น ณ เวลานี้ แม้จะมีกระแสเรียกร้อง และกดดัน ให้ประชาธิปัตย์ เลือกข้างประชาชน ร่วมมือกับอนาคตใหม่ และเพื่อไทย เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. แต่เชื่อว่าคงไร้ผล เพราะจุดยืนในอดีตของพรรคประชาธิปัตย์นั้น มั่นคง และหนักแน่นมากพอ ที่จะไม่หลงเหลี่ยม เดินเข้าสู่เกมที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้กำหนดอย่างแน่นอน

ข่าวน่าสนใจ

Close